ดื่มน้ำเปล่า กับ 3 เหตุผลสำคัญที่ควรจะต้องดื่มให้เพียงพอในแต่ละวัน

การ ดื่มน้ำเปล่า เป็นสิ่งที่แพทย์จะเน้นย้ำให้ทำกันบ่อย ๆ โดยทั่วไปแล้ว ทุกคนควรดื่มน้ำอย่างน้อย ๆ วันละ 8 แก้ว โดยไม่ใช่การดื่มทีเดียวหมดเลย 8 แก้ว แต่การดื่มน้ำให้แบ่งเป็นช่วงเวลา แล้วค่อย ๆ ดื่มหรือจิบไประหว่างวัน น้ำที่ดี คือ น้ำตามอุณหภูมิห้อง การดื่มน้ำเย็นจัดหรือร้อนจัด เมื่อเข้าไปในร่างกายแล้วจะทำให้ระบบภายในเกิดไม่สมดุลได้ และจะเจ็บป่วยนั้นเอง ซึ่งหลาย ๆ คนได้อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้แล้ว ก็ยังคงนึกไม่ออกทำไมต้องดื่มน้ำเยอะ ๆ ในหัวข้อถัดไปมีคำตอบที่บทความ สุขภาพดี 3 เหตุผลที่ควร ดื่มน้ำเปล่า ให้เพียงพอ บำรุงสมองและการทำงานของระบบประสาท อย่างที่หลายคนทราบกันสมองจะได้รับสารอาหารจากเลือดที่ขึ้นหล่อเลี้ยงสมอง และในเลือดตัวแปรสำคัญที่ทำให้เลือดหมุนเวียนไปหล่อเลี้ยงสมองที่เพียงพอ คือ การดื่มน้ำเปล่าเยอะ ๆ เพราะน้ำเปล่าเป็นส่วนที่อยู่ในเลือดที่สำคัญ ทำหน้าที่ในการหล่อเลี้ยงสมองเลย บำรุงผิวพรรณ ให้เป็นคนดูสุขภาพดี อันนี้ต้องอธิบายหลายคนจะเคยผ่านการเห็นผิวพรรณของหลายคนมาแล้ว บางคนผิวดูขาวเลยแต่ดูไม่สุขภาพดี ขาวซีดจนเกินไป บางคนผิวสีแทนแต่ดูสวยมีออร่า ความต่างนี้เกิดจากการดื่มน้ำเลยเป็นหลัก โดยผิวของทุกคนไม่ว่าจะสีอะไรสวยงามเสมอ แต่ผิวสุขภาพดียิ่งขับความงาม การดื่มน้ำเองนั้น น้ำจะไปช่วยดูแลเซลล์ต่าง ๆ ได้ผิว …

การนอน เวลาประมาณ 22:00 น. คือการได้นอนหลับในเวลายามค่ำคืน

การพักผ่อนที่ดีที่สุดนั่นก็คือการได้นอนหลับในเวลายามค่ำคืนซึ่งในปัจจุบันนี้ยังมีหลายคนยังมีพฤติกรรมในการนอนดึกซึ่งแม้ว่าในการนอนดึกนี้จะส่งผลเสียแก่สุขภาพแต่ก็ด้วยเพราะกิจกรรมต่างๆในปัจจุบันทำให้ ให้คนมันมีไลฟ์สไตล์ชีวิตในการนอนดึกมากขึ้นทุกวันแต่ทั้งนี้การนอนดึกส่งผลเสียมากกว่าที่คิดจึง พักผ่อนให้เพียงพอแม้ว่าจะนอนดึกก็ต้องมีการนอนเฉยเลยแต่ทั้งนี้ การนอน ก่อนเวลา 22:00 น. มีประโยชน์มากกว่าที่คิดเราจึงขออธิบายทำให้ท่านทราบถึงประโยชน์ของ การนอน ก่อนเวลา 22:00 น.เพื่อจะเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้เข้านอนตั้งแต่หัวค่ำดังนี้ที่บทความ สุขภาพดี ช่วยในการหลั่งสารเคมีในการสร้างความสุขในสมอง ใน การนอน หลับพักผ่อนนั้นสมองจะมีการหลั่งสารเคมีขึ้นมาในสมองเพื่อทำให้เกิด การพักผ่อน และ เป็นสารเคมีแห่งความสุขนั้นก็คือสารเมลาโทนินอีกทั้งยังเป็นการเสริมสร้างฮอร์โมนทางเพศพร้อมกับเคมีบำรุงที่ควบคุมการทำงานในร่างกายให้มีความปกติและราบรื่นตื่นมาก็จะทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นและยังป้องกันเพื่อป้องกันการเจ็บป่วยรวมถึงสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายให้ดีบิ่งขึ้น หากนอนในเวลาช่วงเวลา 22:00 น. ช่วยเสริมสร้าง Growth Hormone สารเคมี ที่สามารถสร้างขึ้นมาในสมอง ระยะเวลา 22:00 น นั่นก็คือ Growth Hormone ซึ่งเป็นสารเคมีที่เสริมสร้างความเป็นหนุ่มเป็นสาวซึ่งเมื่ออายุมากขึ้นการเสริมสร้างสารเคมีประเภทนี้จะลดลงแต่ทั้งนี้มีการวิจัยพบว่าสาร Growth Hormone นี้จะเพิ่มขึ้นในขณะหลับช่วงเวลา 22:00 น. จึงขอแนะนำให้ทุกท่านนอนเร็วจะทำให้ร่างกายซ่อมแซมและหลั่ง Growth Hormone เพื่อเป็นการซ่อมแซมสมองและชะลอวัยได้ตามธรรมชาติด้วยระบบสมองสั่งการ ปรับความดันโลหิตให้อยู่ในภาวะสมดุล จะเข้านอนก่อนเวลา 22:00 น. มีปัจจัยในการช่วยปรับความดันโลหิตให้อยู่ในภาวะที่สมดุลอีกทั้งช่วยทำให้ระดับความดันโลหิตคงที่จะไม่ขึ้นลงง่าย และมีส่วนช่วยทำให้การทำงานของหัวใจทำงานได้ดียิ่งขึ้น ช่วยลดสาเหตุของการเป็นโรคอ้วน การเข้านอนในเวลาก่อน 22:00 น. มีส่วนช่วย …

มะเฟือง ผลไม้มีพิษสำหรับผู้ที่เป็นโรคไตจริงหรือไม่วันนี้จะได้รู้กัน

มะเฟือง คือผลไม้ประเภทหนึ่งที่มีรสเปรี้ยวอมหวานที่มีราคาไม่แพงรวมรวมถึงยังมีสารอาหารมากมายแต่ในสารอาหารมากมายนี้ยังมีสารอาหารที่มีพิษแฝงอยู่นั่นก็คือสารอ็อกซาลิกหรือซึ่งมีในปริมาณสูงพอสมควรซึ่งส่งผลต่อผู้ป่วยโรคไตที่ได้รับการฟอกไตอยู่เพราะการทาน มะเฟือง ในสำหรับผู้ป่วยโรคไตก็จะทำให้มีอาการหนักมากกว่าเดิมเพราะการได้รับสารอ็อกซาลิกเข้าไปในปริมาณมากก็เพิ่มโอกาสในอาการเป็นนิ่วในทางเดินปัสสาวะหรือยังทำให้ไตวายเฉียบพลันดังนั้นผู้ที่เป็นโรคไต จึงควรหลีกเลี่ยงในการรับประทานมะเฟืองเป็นอย่างยิ่ง สุขภาพที่ดี อีกทั้งผู้ที่อยู่ในภาวะการขาดน้ำเนื่องจากอาการท้องเสียท้องร่วงและทำงานหนักจาก การออกกำลังกาย หรือสูญเสียเหงื่อในปริมาณมากๆหากรับประทานและปริมาณ ที่มากกว่า 1 ผล ก็จะทำให้เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคไตวาย เสียงต่อภาวะไตวายเฉียบพลัน ได้เช่นกัน รวมถึงผู้ที่ทานยาลดไขมันหรือยาลดความเครียดบางชนิดอยู่จึงจึงไม่ควรรับประทานมากเปลืองเพราะว่าเปลืองจะเข้าไปต่อต้านการทำงานของยาประเภทนั้น การรับประทาน มะเฟือง นั้นควรรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ เพราะว่ามีสารออกซาเลตอยู่ในปริมาณสูงดังนั้นจึงควรรับประทานที่เป็นผลมากกว่าสิ่งที่ไม่สมควรทำในการรับประทานมะเฟืองแล้วก็คือการคั้นน้ำมะเฟืองออกมาสดๆและดื่มเป็นแก้วจะทำให้รับสารออกซาเลตมากเกินความจำเป็นซึ่งเป็นสารก่ออันตรายต่อไตโดยตรง แม้ว่าในน้ำมะเฟืองนี้จะมีปริมาณสารอาหารประเภทวิตามินเอวิตามินบี 1 แคลเซียม  ธาตุเหล็กและฟอสฟอรัสที่เป็นอาหาร ที่จำเป็นต่อร่างกายแต่ทางนี้ยังมีสารพิษอย่างอ็อกซาลิกในปริมาณสูงดังนั้น การรับประทานน้ำมะเฟืองจึงไม่สมควรอย่างยิ่งในในภาวะผู้ป่วยที่เป็นโรคไตรวมถึงคนที่มีร่างกายปกติก็ควรรับประทานมะเฟืองในปริมาณที่พอเหมาะ ซึ่งในภาวะคนปกติสามารถรับประทานมะเฟืองได้แต่สำหรับผู้ที่เป็นโรคไตในระยะไตเรื้อรังหรือระยะไตเริ่มแรกไม่ควรรับประทานมะเฟืองเป็นอย่างยิ่ง มีกับงานวิจัยออกมารองรับอย่างชัดเจนมะเฟืองขนาด 100 กรัมจะมีค่าออกซาเลตในปริมาณ 10 ถึง 5,000 มิลลิกรัมขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของมะเฟืองแต่ละชนิดใดมีการวิจัยมาจากนพ.​มล.​ชาครีย์และดร. ปรัญรัชต์​ อาจารย์สถาบันโภชนาการมหาวิทยาลัยมหิดลระบุว่าอันตรายของมะเฟืองนั้นขึ้นอยู่เป็นการดีมากกว่าซึ่งจะส่งผลต่อผู้ที่มีปัญหาโรคไตหนักมากซึ่งคนปกติทั่วไปที่ไม่ได้กินในปริมาณที่ไม่มากเกินไปก็จะไม่มีปัญหาอะไร ดังนั้นมะเฟืองเป็นผลไม้ที่ทานได้สำหรับผู้ที่มีสภาวะร่างกายและค่าไตปกติซึ่งไม่สมควรทานอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีค่าไตสูงผิดปกติรวมถึงผู้ที่มีโรคไตเรื้อรังเพราะจะทำให้เกิ อันตรายและทำให้เกิดภาวะไตวายเฉียบพลันได้อีกทั้งมีงานวิจัยรับรองดังนั้นการทานมะเฟืองนี้ควรรับประทานอย่างพอเหมาะและไม่ควรรับประทานมะเฟืองแบบคั้นน้ำมาดื่มเป็นแก้วควรเลือกทานเป็นผลได้จะดีกว่าจะทำจะได้รับทั้งสารอาหารและไฟเบอร์ ติดตามเรื่องราวของเกมที่แอดอยากจะนำเสนอในวันนี้ที่เว็บไซต์ slot pp เพราะมีเกมที่ทันสมัยมากมายด้วยเอฟเฟ็กและกราฟฟิกที่สวยงาม

ผักผลไม้พื้นบ้าน กินแล้วหน้าท้องแบนและมีสุขภาพดีอีกด้วย

ผักผลไม้พื้นบ้าน ในประเทศไทยก็มีอยู่หลายอย่างที่ที่มีสรรพคุณทานแล้วลดน้ำหนักซึ่งทำให้ผู้รับประทานนั้นมีสุขภาพดี รวมถึงยังมีสรรพคุณอื่นๆอีกหลายอย่างที่ซ่อนอยู่ใน ผักผลไม้พื้นบ้าน ดังกล่าวเราจึงขอแนะนำผักผลไม้จำนวน 6 ประเภทที่หารับประทานได้อย่างง่ายๆในประเทศไทยอีกทั้งมีราคาไม่แพงที่ควรจะนำมารับประทานกันอย่างเป็นประจำเพื่อเสริมสร้าง ให้ สุขภาพที่ดี อีกทั้งยังช่วยให้อยู่ท้องมีไฟเบอร์สูงอร่อยและยังมีประโยชน์ต่อร่างกายหลากหลาย สัปปะรด เป็น ผลไม้ ที่มีไฟเบอร์สูงอีกทั้งยังมี เอนไซม์ที่สามารถย่อยโปรตีนได้ดี มีสรรพคุณทานแล้วบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใสอุดมไปด้วยวิตามินซี ซึ่งมีคุณสมบัติในการต่อต้านหวัดและสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งและลดอาการท้องผูกสรรพคุณพิเศษในการช่วยลดความดันโลหิตสูงเป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลไม่สูงมากนักผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานขั้นรุนแรงจึงสามารถรับประทานได้แต่การเลือกทานก็ควรทาน ในปริมาณที่พอดีเช่นประมาณ1- 3 ชิ้นใหญ่ๆหรือไม่เกิน 1 ลูกต่อวันก็เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายแล้ว มะละกอ เป็นเป็นผลไม้อีกประเภทที่มีเอนไซม์ในการช่วยย่อยจึงทำให้เมื่อรับประทานแล้วจะสามารถขับถ่ายได้ดี เมื่อทานเนื้อสัตว์ประเภทเนื้อวัวเข้าไปการรับประทานมะละกอหลังเมื่ออาหารมื้อนั้นก็จะสามารถทำให้ย่อยเนื้อสัตว์ที่รับประทานได้ง่ายยิ่งขึ้นอีกทั้งยังมีสรรพคุณบำรุงร่างกายด้านต่างๆเช่นบรรเทาอาการท้องผูกช่วยระบบย่อยและให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้นเสริมสร้างความจำและบำรุงสมองมีสรรพคุณในการต้านมะเร็งเป็นผลไม้ที่บำรุงหัวใจมีสารเบต้าแคโรทีนสูง กล้วย กล้วยผลไม้พื้นบ้านที่มีสรรพคุณใน การช่วยแก้อาการแน่นท้องเป็นผลไม้ที่ช่วยย่อยมีไฟเบอร์สูงทำให้อิ่มง่ายไม่ว่าจะเป็นกล้วยน้ำว้าหรือกล้วยหอมก็มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายทั้งนั้นและกล้วยยังมีสารอาหารประเภทโพแทสเซียมสูงซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการรักษาระดับความดันโลหิตในร่างกายให้อยู่ในระดับปกติและยังมีผลการวิจัยว่าเมื่อทานกล้วยจะช่วยทำให้ลดความเครียดบำรุงสายตามีสรรพคุณอาการไมเกรนรวมถึงสามารถช่วยให้นอนหลับสบายยิ่งขึ้นนับว่าเป็นผลไม้ที่มีสารอาหารครบถ้วนและหาง่ายราคาไม่แพง โหระพา เป็นผักที่มีสรรพคุณในการขับลมในกระเพาะอาหารทำให้ ไม่มีแก๊สในกระเพาะอาหารทำให้กินแล้วช่วยแกเอาการท้องอืดเพราะว่าจะช่วยเป็นตัวขับแก๊สในกระเพาะอาหารทำให้ไม่รับประทานไม่แน่นท้องและไม่จุกท้อง ขิง เป็นผักพื้นบ้านที่กินหัวที่เป็นแง่งอยู่ในใต้ดินมีสรรพคุณในการขับลมในลำไส้และแก้ท้องอืดท้องเฟ้อแก้อาการจุกเสียดแน่นยังมีความสามารถในการย่อยไขมันและป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหารได้อีกด้วย อีกทั้งขิงนี้ยังสาวยังเป็นส่วนประกอบในอาหารไทยทั่วไป ซึ่งนับว่าเป็นผักที่หารับประทานได้ง่าย และสามารถนำมาต้มเป็นน้ำขิงรับประทานได้แต่ไม่ควรจะใส่น้ำตาลทรายให้มากเกินกว่าจะได้รับน้ำตาลมากเกินความจำเป็น หอมแดง แก้อาการท้องอืดอีกทั้งยังมีสรรพคุณช่วยขับลมอาการแน่นท้องจะอาการอาหารไม่ย่อยและ ยังมีน้ำมันหอมระเหยในหอมแดงที่ช่วย บรรเทาอาการคัดจมูก บรรเทาอาการหวัดไม่ได้กลิ่นไปก็จะทำให้โล่งจมูกหายใจได้ดีขึ้น และนี่ก็คือผักผลไม้ประเภทที่ช่วยขับลมในกระเพาะอาหารเมื่อทานแล้วทำให้หน้าท้องแบนอีกทั้งยังมีไฟเบอร์สูงทานแล้วก็จะช่วยให้อาหารย่อยง่ายอีกทั้งถ้ารู้จักควบคุมปริมาณอาหารที่ทานไปก็จะทำให้สามารถลดน้ำหนักได้ดีแต่ทั้งนี้จะควรรับประทานในปริมาณที่พอดีไม่ว่าอะไรก็ควรจะรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมก็ทำให้ได้รับประโยชน์อย่างสูงสุดของ ถ้าหากช่วงนี้ยังไม่ได้ออกไปท่องเที่ยวที่ไหนก็อาจจะเหงากันได้นะคะ งั้นวันนี้ไปลองเข้าร่วมเล่นเกมกับแอดที่ ไทเกอร์711 กันเลยค่ะ เกมสนุกที่เล่นแล้วได้เงินใช้ง่าย ๆ

โรคออฟฟิศซินโดรม ใครบ้างที่เสี่ยงจะมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้

ตั้งหัวข้อบทความแบบนี้ทำเอาเพื่อนๆชาวเว็บสุขภาพถึงกับใจสั่นกันไปเป็นแถว รู้หรือไม่ว่า โรคออฟฟิศซินโดรม นั้นไม่ได้เกิดจาก เพื่อนที่ทำงานออฟฟิศเท่านั้นแต่ยังสามารถเกิดขึ้นกับผู้คนแนวอื่นได้อีกด้วย สวัสดีค่ะเพื่อนๆสำหรับวันนี้นักเขียนจะมาบอกชาวเว็บสุภาพกันว่า ใครที่มีโอกาสที่จะเป็น โรคออฟฟิศซินโดรม ได้อีกบ้างนอกจากงานออฟฟิศที่ต้องนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ทำงานเป็นเวลานาน โดยบทความนี้เหมาะสำหรับเพื่อนๆคนไหนที่มีอาการปวดเนื้อเมื่อยตัวตามร่างกาย และต้องนั่งทำงานเป็นเวลานาน แต่ถ้าหากเพื่อนๆคนไหนไม่สบายใจ อยากจะลองศึกษาดูก็สามารถเข้ามาอ่านบทความเกี่ยวกับโรคออฟฟิศซินโดรมที่นักเขียนนำมาแนะนำได้ในวันนี้เลยนะคะ สุขภาพดี คนที่ทำงานในออฟฟิศ อันดับแรกเลยชื่อก็บอกอยู่แล้วนะคะว่าโรคออฟฟิศซินโดรมแน่นอนว่าคนที่มีแนวโน้มที่จะเป็นโรคเหล่านี้กันมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นกับพนักงานที่ทำงานในออฟฟิศนะคะ เพราะว่าเขาจะต้องมีการนั่งอยู่บนโต๊ะทำงานแทบจะไม่ได้ออกไปยืดเส้นยืดสายกันเลยในแต่ละวัน แถมยังต้องนั่งทำงานหลังตรงกันอยู่บนโต๊ะเป็นเวลา 7 ถึง 8 ชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ ดังนั้นทำให้เขามีอาการ ปวดเมื่อย ตามร่างกายและจุดต่างๆ คนที่ใช้แรงในการทำงาน สำหรับในหัวข้อนี้ โรคออฟฟิศซินโดรม สามารถเกิดขึ้นได้เกี่ยวกับคนที่ใช้แรงงาน ในการทำงานยกตัวอย่างเช่นคนที่แบกของหนัก คนส่งของ ซึ่งคนที่ทำงานเหล่านี้อาจจะทำการยกของหนักมากเกินไปในแต่ละวันหรือแม้กระทั่งการยกของผิดท่าจึงทำให้คุณออกแรงเยอะจนเกินไปทำให้กล้ามเนื้อหรือเอ็นต่างๆ เกิดการอักเสบได้ นอกจากนี้อาจจะทำให้กระดูกของคุณได้รับบาดเจ็บด้วย ถ้าหากคุณแบกของที่มีน้ำหนักมากจนเกินไป หรือในนักกีฬาก็สามารถพบเจอได้เช่น กีฬายกน้ำหนักค่ะ อย่างที่เราเขียนได้ก็กล่าวไปเลยนะคะว่าใครที่มีโอกาสที่จะเป็นโรคออฟฟิศซินโดรมก็ตามที่นักเขียนได้นำมาเขียนให้กับเพื่อนๆชาวเว็บสุขภาพได้รับชมกันในวันนี้ ถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในสายงานแบบนี้ที่นักเขียนได้กล่าวมาข้างต้น ก็ควรที่จะมีความระมัดระวังในการทำงานไม่ยกของหนักมากเกินไป หรือ ไม่อยู่ในท่าเดิมมากเกินไปนะคะ อย่างไรก็ตามควรจะมีการออกไปยืดกล้ามเนื้อบ้างเพื่อที่จะป้องกันการเป็นโรคออฟฟิศซินโดรม วันนี้แอดมีเรื่องราวของเกมมาแนะนำให้รู้จักและนำไปเล่นคลายเครียดหลังเลิกงานกันอีกด้วยนะคะที่ ufa999 เพียงคุณคลิกเข้ามาลองเล่นคุณจะพบถึงความสนุกสนานและเงินรางวัลมากมาย

อาการปวดหัวไมเกรน รักษาได้ด้วยวิธีใดได้บ้างวันนี้จะได้รู้กัน

ถ้าหากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่เริ่มมีอาการปวดหัวจากความเครียดเป็นอย่างมากและบางครั้งการอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานจะทำให้คุณรู้สึกเห็นแสงระยิบระยับ ซึ่งบางครั้งก็ทำให้คุณเกิดความสงสัยว่า อาการที่คนปวดหัวแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรและเป็นเพราะอะไร ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเรียกว่า อาการปวดหัวไมเกรน โดยอาการเหล่านี้จะเป็นอาการแรกเริ่มต้นของผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ ซึ่งแสดงอาการปวดหัวออกอย่างชัดเจน ซึ่งก็มีแนวทางในการรักษาที่หลากหลายวิธีแตกต่างกันออกไป สำหรับวันนี้นักเขียนจะมาแนะนำการรักษาเกี่ยวกับอาการปวดหัวไมเกรน ให้เพื่อนๆชาวเว็บ สุขภาพดี ได้ทราบถึงวิธีการรักษาไมเกรน ว่ามีวิธีใดบ้างและเหมาะกับระยะแบบไหน  อาการปวดหัวไมเกรน จัดเป็นอาการที่ผู้ป่วยไมเกรนทุกคนต้องประสบพบเจอกับสิ่งเหล่านี้ ว่าจะเป็นอาการ ปวดหัว ข้างเดียวหรืออาการปวดหัวแบบตุ๊บๆ นอกจากนี้บางรายอาจจะมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วม ด้วยวิธีการรักษาไมเกรน ยังคงมีวิธีที่รักษาค่อนข้างแตกต่างกันออกไปในแต่ละแบบ ยกตัวอย่างเช่น การรักษาไมเกรนด้วยการทานยาจากแพทย์ วิธีใช้วิธีที่หลายคนมักเลือกใช้ในการรักษาไมเกรนเป็นอย่างมากเพราะสะดวกและมีความปลอดภัยซึ่งได้รับการรักษาจากทางแพทย์ในโรงพยาบาล และวิธีต่อมา เป็นวิธีฉีดยาเพื่อรักษาไมเกรนแบบเฉียบพลัน ซึ่งมีคนจำนวนน้อยกว่าที่จะต้องรักษา อาการปวดหัวไมเกรน ด้วยการฉีดยาแบบนี้ เพราะการฉีดยาแบบนี้จะช่วยลดอาการปวดอย่างรุนแรงได้ลงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีบางคนเลือกที่จะฉีดยานี้โดยป้องกันอาการกำเริบของไมเกรนด้วย แต่ยังมีคนส่วนน้อยที่มักจะยังใช้วิธีการรักษาอาการปวดหัวไมเกรนในฉบับพื้นบ้านโดยการต้มสมุนไพรยาหม้อ ซึ่งจัดว่าเป็นวิธีที่ค่อนข้างอันตรายมากเลยนะคะ หากเพื่อนๆมีอาการปวดหัวไมเกรนหรืออาการปวดหัวข้างเดียวและมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ก็ควรที่จะได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและทันเวลา อย่างไรก็ตามไม่ควรใช้วิธีโดยการต้มยาหม้อสมุนไพรทานเองที่บ้าน เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายได้ เนื่องจากสมุนไพรบางตัวที่นำมาใช้นั้นอาจจะเป็นตัวยาที่ช่วยกระตุ้นอาการไมเกรนให้กำเริบขึ้นได้  วันนี้แอดมีเว็บไซต์เกมยอดนิยมในตอนนี้อย่าง tiger711 เพราะมีเกมสนุกสนานมากมายพร้อมสีสันที่สวยงามและเอฟเฟกที่น่าสนใจถูกใจคอเกมอย่างแน่นอน

โรคไตในเด็ก ปัจจุบันมีมากกว่า 1 ปัจจัยที่สามารถทำให้เกิดโรคไตในเด็กได้

โรคไต เมื่อเอ่ยถึงโรคนี้เชื่อว่าหลาย ๆ คนก็จะนึกถึงโรคประจำตัวของผู้ใหญ่เสียส่วนใหญ่ โรคไตถือว่าเป็นโรคยอดนิยมเนื่องจาก สาเหตุของการเกิดโรคไตนั้น มาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันในแต่ละวันนั่นเอง แต่รู้หรือไม่โรคไตนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นได้เฉพาะผู้ใหญ่เท่านั้น เด็กเล็กๆ หรือแม้กระทั่งเด็กทารกก็สามารถมีโอกาสเป็นโรคไตได้เช่นกัน รู้จัก โรคไตในเด็ก กันเลยที่บทความ สุขภาพดี ก่อนที่จะสายเกินแก้ โรคไตในผู้ใหญ่ และเด็กต่างกันอย่างไร โรคไต ในผู้ใหญ่นั้นจะมีความแตกต่าง และความรุนแรง กับไตเด็กพอสมควร โดยสาเหตุของการเกิดไตของผู้ใหญ่ มาจากโรคความดันสูง และภาวะความอ้วน ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลทำให้เกิดโรคไตทั้งสิ้น พฤติกรรมส่วนใหญ่คือการใช้ชีวิตประจำวันในบริบทต่าง ๆ ที่ผิด และขาดความรู้เกี่ยวกับโรคไต จึงส่งผลทำให้ความรุนแรงของโรคไตทวีความรุนแรงขึ้น มีความเป็นไปได้สูงที่อวัยวะภายในจะล้มเหลว รวมถึงภาวะไตวายเฉียบพลันอีกด้วย โรคไตในเด็ก ปัจจุบันมีมากกว่า 1 ปัจจัยที่สามารถทำให้เกิดโรคไตในเด็กได้ อาทิเช่น เป็นโรคไตเพราะติดต่อทางพันธุกรรมจากแม่ เด็กทารกเป็นโรคไตตั้งแต่ในครรภ์ พฤติกรรมของเด็กเล็กที่มีพฤติกรรมรับประทานอาหารเกินวัย ส่งผลทำให้เกิดโรคไตในเด็กได้เช่นกัน อาการโรคไตในเด็ก โรคไตในเด็กอาการที่บ่งบอกได้ชัดเจนที่สุดก็คือ ระบบขับถ่ายผิดปกติ อาจจะปัสสาวะบ่อย หรือปัสสาวะน้อยผิดปกติ สีของปัสสาวะอาจมีสีแดงปน มีภาวะความดันเลือดสูง พัฒนาการเติบโตช้ากว่าเด็กอื่นๆ ท้องโตผิดปกติ โรคไตในเด็ก กับวิธีป้องกัน พ่อแม่ที่มีประวัติป่วยเป็นโรคไต ก็มีสิทธิส่งต่อพันธุกรรมทำให้ทารกติดภาวะโรคไตไปด้วยตั้งแต่อยู่ในครรภ์ …

น้ำมันสำหรับปรุงอาหาร ต้องเลือกใช้ให้ถูกต้องเพื่อสุขภาพที่ดี

อาหารทอด ! เชื่อว่าเป็นอาหารโปรดของใครหลาย ๆ คน อาหารทอดในประเทศไทยนั้น มีหลากหลายเมนูอย่างมาก สำหรับผู้บริโภคบางคนที่มีความชื่นชอบอาหารทอด ดังนั้นหากต้องการปรุงอาหารประเภททอดจำเป็นต้องใช้น้ำมัน พบกับบทความ สุขภาพดี ที่จะมาเผยวิธีการเลือกใช้ น้ำมันสำหรับปรุงอาหาร ให้ถูกต้อง ก่อนจะสายเกินไปจบด้วยโรคมะเร็ง น้ำมัน สำหรับปรุงอาหารคือ น้ำมันสำหรับปรุงอาหาร ในปัจจุบันที่นิยมใช้ในครัวเรือนก็คือ น้ำมัน ที่ทำมาจากพืช และน้ำมันที่ทำมาจากไขมันของสัตว์ น้ำมันถือว่าเป็นหนึ่งในไขมันรูปแบบหนึ่ง ที่จำเป็นต่อร่างกาย ไขมันทำหน้าที่เสริมสร้างฮอร์โมน และดูดซับวิตามินเข้าสู่ร่างกาย ดังนั้นปริมาณไขมันที่แนะนำต่อวันคือ ไม่เกิน 5 ช้อนชาต่อวันสำหรับผู้หญิง และผู้ชายไม่เกิน 7 ช้อนชาต่อวัน ข้อเสียของการติดของทอดโดยใช้น้ำมัน อันที่จริงน้ำมันนั้นไม่ได้มีผลเสียอะไรมากนัก หากเลือกใช้น้ำมันได้ถูกประเภท แต่ผลเสียจากน้ำมันก็คือ อาหารหรือของทอดนั่นเอง เพราะโดยปกติแล้วในน้ำมันก็มีไขมันอยู่แล้ว อาหารส่วนใหญ่ที่ใช้น้ำมันประกอบอาหารก็คือ อาหารประเภทเนื้อสัตว์ หมายความหากเพื่อนๆ รับประทานของทอดอย่างต่อเนื่อง มีโอกาสสูงที่จะได้รับคอเลสเตอรอลค่อนข้างสูง อันเป็นสาเหตุของโรคความดัน ภาวะอ้วน เป็นต้น วิธีการเลือกใช้น้ำมันให้ถูกประเภท น้ำมันสำหรับปรุงอาหารในปัจจุบันหลัก ๆ มีอยู่ 2 ประเภทคือ น้ำมันที่สกัดจากพืช และน้ำมันที่ทำจากาไขมันสัตว์ …

มนุษย์ออฟฟิศ คือ หนึ่งในอาชีพที่ประสบปัญหาสุขภาพมากที่สุดอาชีพหนึ่ง

อาชีพ มนุษย์ออฟฟิศ คือ หนึ่งในอาชีพที่ประสบปัญหาสุขภาพมากที่สุดอาชีพหนึ่ง ถึงแม้อาชีพ มนุษย์ออฟฟิศ จะไม่ใช้กำลังกายในการทำงานเป็นหลักก็ตาม แต่ด้วยบริบทการทำงานที่ดูเหมือนสบายๆ นั่งหน้าคอม ห้องแอร์แต่งตัวหล่อสวย แต่หารู้ไม่ภัยที่ตามมาของมนุษย์ออฟฟิศนั้น อันตรายอย่างยิ่ง หากทำซ้ำๆ เปรียบเสมือนเหมือนเป็นการตายแบบผ่อนส่ง พฤติกรรมอันตรายที่มนุษย์ออฟฟิศควรรู้ในบทความ สุขภาพดี มนุษย์ออฟฟิศคืออะไร มนุษย์ออฟฟิศคืออาชีพหนึ่งที่แพร่หลายอย่างมากในปัจจุบัน สิ่งที่บ่งบอกว่าคน ๆ นั้นคือมนุษย์ออฟฟิศหรือไม่คือพฤติกรรมนั่นเอง เพราะมนุษย์ออฟฟิศนั้นมักจะมีพฤติกรรมซ้ำ ๆ เช่นเวลาตื่นนอน เวลาทำงาน เวลาพัก เวลาเลิกงาน เวลานอน ถึงอย่างจะเป็นการทำซ้ำ ๆ จนก่อให้เกิดพฤติกรรม แต่ที่มาของชื่อมนุษย์ออฟฟิศนั้นก็คือ พฤติกรรมระหว่างทำงานนั่นเอง พบกับพฤติกรรมที่ควรหยุดทำทันที เก้าอี้ที่ทำงาน และท่านั่งในที่ทำงาน อาการป่วยยอดฮิตของมนุษย์ออฟฟิศก็คือ อาการปวด คอ บ่า ไหล เนื่องจากท่านั่งที่ผิด ๆ ซ้ำ ๆ ในทุก ๆ วันของมนุษย์ออฟฟิศนั่นเอง การนั่งทำงานท่าผิด ๆ ซ้ำ ๆ อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานจะส่งผลทำให้กล้ามเนื้อตึง และยึด ทำให้เกิดอาการปวดในที่สุด …

โรคไซนัสอักเสบ ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องทนกับอาการน้ำมูกไหลไม่หยุดอีกต่อไป

ข่าวดีสำหรับใครก็ตามที่กำลังประสบปัญหากับ โรคสุดแสนจะสร้างความรำคาญอย่าง โรคไซนัสอักเสบ ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องทนกับอาการน้ำมูกไหบไม่หยุด อาการขัดจมูกที่เสมือนหายใจไม่ได้ รวมไปถึงอาการเจ็บบริเวณใบหน้า ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าของวงการแพทย์ แสงสว่างปลายอุโมงค์สำหรับชาวไซนัสอักสบบทความ สุขภาพดี นี้มีคำตอบ สาเหตุโรคไซนัสอักเสบ โรคไซนัสอักเสบ เกิดจากการติด เชื้อแบคทีเรีย หรือไวรัสในเยื้อบุโพรงจมูก ส่งผลทำให้เนื้อเยื้อบริเวณโพรงจมูกไซนัสเกิดการอักเสบบวม กระทั่งร่างกายพยายามสร้างสารคัดหลั่งออกมาต่อต้านเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้ จนทำให้โพรงจมูกอุดตันจนทำให้เกิดการอักเสบ ผู้ป่วยโรคไซนัสอักเสบจะพบว่าน้ำมูกของตนเองจะมีสีเขียวข้นเนื่องจากติดเชื้อแบคทีเรีย อาการของโรคไซนัสอักเสบ เนื่องจากอาการอุดตันบริเวณโพรงจมูกจน ทำให้เกิดการสะสมของเชื้อแบคทีเรียในโพรงไซนัส ผู้ป่วยจะพาอาการเจ็บบริเวณจมูก โหนกแก้ม รวมถึงท้ายทอย อาการติดโรคไซนัสอักเสบมี 2 แบบคือ แบบไม่ฉับพลัน และแบบฉับพลัน อาการไซนัสอักเสบ จะกำเริบได้ดีหากป่วยเป็นหวัดอีกครั้ง หากปล่อยไว้นานจะส่งผลทำให้ลมหายใจมีกลิ่นเหม็นอีกด้วย ผู้ป่วยไซนัสอักเสบเรื้อรังจึงประสบปัญหาในการใช้ชีวิตอย่างมาก วิธีป้องกัน และรักษา วิธีป้องกันโรคไซนัสอักเสบผู้ป่วยต้องพยายามดื่มน้ำให้มาก ๆ ทำตัวให้อุ่นเพื่อป้องกันอาการหวัด หากเป็นหวัดให้สังเกตตนเอง หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 4-5 วันให้รีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจโพรงจมูกทันที หากรักษาแต่เนิ่น ๆ สามารถรักษาได้ง่ายเพียงการรับประทานยาตามที่หมอสั่งเพียงเท่านั้น แต่สำหรับใครก็ตามที่เป็นโรคไซนัสอักเสบมาได้ระยะหนึ่งแต่อาการยังไม่หนัก ปัจจุบันมีการรักษาไซนัสด้วยวิธีง่าย ๆ ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด และดูแลง่ายฟื้นร่างกายไว คือการักษาด้วยการทำบอลลูนนั่นเอง วิธีการรักษาด้วยบอลลูน การรักษาด้วยบอลลูนนั้น นับว่าเป็นวิธีที่ง่ายต่อการรักษาไซนัสอักเสบมากที่สุด …