ภูมิคุ้มกันในร่างกาย กับ อาหาร 8 อย่างที่สามารถช่วยคุณได้

เพราะทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมที่มีเชื้อโรคอยู่มากมายรวมถึงสภาพปัจจัยภายในของแต่ละคน ที่อาจจะเสี่ยงได้รับเชื้อต่างๆเข้ามาในร่างกายไม่ว่าจะเป็นโรคไข้หวัดต่างๆตลอดจน โรคระบาดที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในปัจจุบันนี้แต่ถ้ามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงแล้วก็จะสามารถต้านเชื้อโรคเหล่านั้นได้ดียิ่งขึ้นอีกครั้งเมื่อได้รับเชื้อโรคเหล่านั้นเข้ามาก็อาจจะทำให้สามารถรักษาได้ง่ายขึ้นและไม่มีความร้ายแรงไม่มากเท่าไหร่นัก ในวันนี้เราจึงขอแนะแนวทางในการสร้างภูมิคุ้มกันได้อย่างง่ายๆด้วยการรับประทานอซึ่งอาหารต่างๆเหล่านี้ มีอะไรบ้างที่มีคุณประโยชน์ในการสร้าง ภูมิคุ้มกันในร่างกาย ดังนี้ที่บทความ สุขภาพดี หอมหัวใหญ่ ในตัวหอมหัวใหญ่นี้มีสารประกอบที่ชื่อว่าซัลเฟอร์ ที่มีสรรพคุณในการช่วยให้เซลล์​แมโครฟาจทำงานได้ดี ช่วยเพิ่มเซลล์ NK ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งการก่อเกิดมะเร็งในร่างกาย บรรเทาอาการโรคภูมิแพ้ ให้ดีขึ้นอีกทั้งช่วยป้องกัน ไข้หวัด รวมถึงยังมีสรรพคุณในการป้องกันอาหารเป็นพิษ และทำให้เซลล์ ภูมิคุ้มกันในร่างกาย ตื่นตัวทำงานได้ดีมากขึ้น เห็ดประเภทต่างๆ สารโพลีแซคคาไรด์ในเห็ดซึ่งสามารถพบได้จากเห็ดที่สามารถรับประทานได้ทุกชนิด มีส่วนช่วยในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น รวมถึงยังเป็นแหล่งของสาร Antioxidant สามารถยับยั้งการเกิดเซลล์มะเร็งและในเห็ดบางชนิดยังมีงานวิจัยได้ว่าว่าสามารถควบคุมปริมาณไวรัสหรือไวรัส HIV ได้ พริกหวาน นับว่าเป็นผักชนิดหนึ่งที่มีวิตามินซีสูงอีกทั้งมีสารประเภทอยู่จำนวนมากรวมถึง เบต้าแคโรทีน เครื่อง 3 ประเภทดังกล่าวที่มีอยู่ในพริกวันนี้เพื่อป้องกันการเกิดเซลล์มะเร็งและเป็นการป้องกันการเกิดภูมิแพ้ นอกจากนี้ยังมีส่วนในการช่วยป้องกันโรคไขข้ออักเสบ โยเกิร์ตหรือนมเปรี้ยว อุดมไปด้วยจุลินทรีย์ประเภทแลคโตบาซิลลัสซึ่งสามารถเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ในลำไส้เพื่อทำงานอาหารและกระตุ้นการทำงานของเซลล์ NK ซึ่งเป็นเซลล์ที่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายให้สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพป้องกันโรคมะเร็งอีกทั้งยังสามารถลดอาการติดเชื้อจากในลำไส้เพราะว่ามีส่วนช่วยในการยับยั้งเชื้อโรคในลำไส้นั่นเอง เก๋ากี้ นับว่าเป็น Super Fruit ที่มีคุณสมบัติที่ดีต่อร่างกายต่างๆไม่ว่าจะเป็นการป้องกันการก่อมะเร็งในร่างกายรวมถึงส่งผลดีต่อสุขภาพของผู้ติดเชื้อ HIV มีส่วนช่วยในการบำรุงร่างกายให้แข็งแรงด้วย การเพิ่มระดับภูมิคุ้มกันในร่างกาย งาขาวงาดำ เป็นกลุ่มธัญพืชที่อุดมไปด้วยวิตามินบีสูงมีส่วนช่วยในการป้องกันโรคมะเร็งรวมถึงทำให้เม็ดเลือดมี ภูมิคุ้มกันในร่างกาย กันที่ดีขึ้น มะระจีนและมะระขี้นก มะระทุกประเภทมีประโยชน์ต่อผู้ที่เป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวและอีกทั้งยังมีส่วนช่วยป้องกันการเกิดมะเร็ง ช่วยปลอดทำงานดีขึ้นมีส่วนช่วยให้ร่างกายแข็งแรง …

ภาวะความดันโลหิตสูง กับอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงและอาหารที่ควรรับประทาน

แน่นอนอยู่แล้วว่า ภาวะความดันโลหิตสูง มีปัจจัยมาจากโรคหลายๆโรคซึ่งส่งผลทำให้ร่างกายมีความดันโลหิตที่ผิดปกติในแต่ละท่านถ้าพบว่ามีความดันโลหิตสูงจนผิดปกติจึงควรมีการปรับพฤติกรรมการดำเนินชีวิตตลอดจนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารเพื่อเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการควบคุมระดับ ความดันโลหิต ให้อยู่ในภาวะที่สมดุล สารอาหารที่แนะนำและหลีกเลี่ยงดังนี้ที่บทความ สุขภาพดี หลีกเลี่ยงในการรับประทาน ผู้ที่มี ภาวะความดันโลหิตสูง อาหารที่ไม่ควรรับประทานเป็นอย่างยิ่งนั่นก็คือกลุ่มอาหารที่มีโซเดียมสูงเช่นอาหารที่มีรสเค็มจัดหรืออาหารที่มีผงชูรสชาติอาหารสำเร็จรูป ถ้าเป็นไปได้ก็ควรลงอาหารทานเองจะดีที่สุดเพราะสามารถควบคุมปริมาณเครื่องปรุงและควบคุมปริมาณเกลือที่ใส่ในอาหารได้ อาหารที่มีส่วนประกอบของแป้งและน้ำตาลสูงเพราะเนื่องจากจะทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นจึงส่งผลทำให้ระดับความดันโลหิตสูงขึ้นผิดปกติและอาจจะก่อเกิดเป็นโรคเบาหวานได้อีกในอนาคต อาหารที่มีส่วนประกอบของไขมันไม่ว่าจะเป็นชีสขนมเค้ก เบเกอรี่ต่างๆตลอดจนอาหารฟาสต์ฟู้ดซึ่งมีส่วนประกอบของไขมันประเภทเนยเป็นจำนวนมากควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่งในผู้ที่มีภาวะความดันสูงและควรรับประทานอาหารที่มีผักและผลไม้เป็นส่วนประกอบจะดีกว่า อาหารที่แนะนำในการรับประทาน ผักและผลไม้ที่มีสารอาหารโพแทสเซียมสูงเช่นผักโขมกล้วยหอม เมล็ดทานตะวัน ลูกเกด ส้ม ซึ่งสารอาหารประเภทโพแทสเซียมนี้จะมีส่วนช่วยในการรักษาสมดุลของความดันโลหิตไม่ให้ขึ้นสูง กลุ่มธัญพืชประเภทถั่วชนิดต่างๆแต่ไม่ควรโรยเกลือในการรับประทานเช่นถั่วลิสงถั่ว ถั่วเขียวเลาะเปลือก ซึ่งสามารถนำมาเป็นอาหารว่างระหว่างมื้ออาหารประเภทนี้มีไฟเบอร์สูงและไขมันต่ำอีกทั้งยังมีโปรตีนที่ดีเป็นจำนวนมากและยังสามารถส่งผลทำให้ระดับความดันโลหิตอยู่ในระดับที่เหมาะสม ผลไม้ตระกูลเบอรี่ไม่ว่าจะเป็นสตรอว์เบอรี่ บลูเบอรี่ ราสเบอรี่ กูสเบอรี่ แม้กระทั่งโกจิเบอร์รี่หรือที่เรียกว่าเก๋ากี้ ซึ่งเป็นผลไม้ที่มีสารฟลาโวนอยด์อยู่สูง สามารถยับยั้งและป้องกันการเกิดความดันโลหิตสูงได้นอกจากนี้ยังมีสารประเภทสารแอนโทไซยานินบรรเทาอาการอ่อนล้าของดวงตาเนื่องจากมีการใช้สายตา ยอย่างหนักไม่ว่าจะเป็นการจ้องจอคอมพิวเตอร์หรือการจ้องมองเพ่งอะไรเป็นเวลาระยะเวลานานนอกจากนี้ยังมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์สูงมีส่วนช่วยในการลดอาการอักเสบของหลอดเลือด หัวบีทรูทเพราะในตัวบิดรถมีสารไนเตรทอยู่สูงจึงสามารถช่วยบรรเทาระดับความดันโลหิตได้ดีไม่ว่าจะเป็นรับประทานแบบน้ำคั้นสดหรือรับประทานในรูปแบบสลัดก็สามารถได้รับสารไนเตรทจากบีทรูทซึ่งส่งผลทำให้ปรับระดับความดันโลหิตได้อยู่ในภาวะปกติ อาหารเหล่านี้คืออาหารที่ผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงควรรับประทานและควรหลีกเลี่ยงซึ่งถ้าพบว่ามีความดันโลหิตสูงผิดปกติควรจะมีการดูแลอาหารการกินมากกว่าเดิมรวมถึงดูแลสุขภาพด้านอื่นๆเช่นการลดน้ำหนัก  ออกกำลังกาย การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอหรือควบคุมอารมณ์ไม่ให้มีความเครียดเพราะปัจจัยต่างๆเหล่านี้ก็จะสามารถส่งผลทำให้ความดันอยู่ในระดับปกติและอย่าลืมไปพบแพทย์ตามนัดเพื่อรักษาให้ตรงสาเหตุจะดีที่สุด ดูแลสุขภาพกายแล้วอย่าลืมไปดูแลสุขภาพทางด้านอารมณ์กันด้วยนะคะ ถ้าอยากอารมณ์ดีผ่อนคลายเพื่อน ๆ ลองเข้ามาเล่นเกมที่ ufaone กับแอดได้นะคะ รับรองได้ว่าทุกคนจะเพลิดเพลินและมีความสุขไปกับเกมอย่างแน่นอนค่ะ

ความดันโลหิตต่ำ นั้นมีอาหารอะไรที่เหมาะสมกับร่องกายบ้าง

ภาวะ ความดันโลหิตต่ำ นั้น มีสิทธิเกิดได้กับทุกคนและทุกวัยซึ่งมีปัจจัยและสาเหตุมาจากหลายๆอย่างแต่ทั้งนี้ถ้าพบว่าอยู่ในสภาวะ ความดันโลหิตต่ำ ก็ควรจะมีการดูแลสุขภาพมากกว่าคนที่มีระดับความดันอยู่ในระดับปกติ ไม่ว่าจะเป็นการปรับพฤตืกรรมการใใช้ชีวิต เช่น  ควรพักผ่อนให้เพียงพอ การดื่มน้ำสะอาดในแต่ละวัน  ควรหลีกเลี่ยงความเครียดและปรับการเคลื่อนไหวของร่างกายเคลื่อนไหวช้าลงและมีสติตลอดเวลาในการเคลื่อนไหวนอกจากนี้อีกปัจจัยหนึ่งที่ยังสามารถทำให้ ความดันโลหิต อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้นั่นก็คือการรับประทานอาหารซึ่งเราขอแนะนำอาหารประเภทต่างๆที่มีคุณสมบัติในการปรับระดับความดันโลหิต ของผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำ ให้อยู่ในระดับที่สมดุลดังนี้ที่บทความ สุขภาพดี เครื่องดื่มประเภทชาโสม ชาขิงหรือน้ำขิงแบบไม่ใส่น้ำตาลสรรพคุณของโสมและของขิงนี้มีสรรพคุณในการปรับระบบการหมุนเวียนโลหิตในร่างกายให้ดีขึ้นจึงสามารถทำให้ลดอาการหน้ามืดวิงเวียนศีรษะรวมถึงปรับระดับความดันโลหิตให้อยู่ในภาวะที่สมดุลขึ้น ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงประเภทเช่น ส้ม มะม่วงดิบ ฝรั่ง สับปะรด สตรอว์เบอร์รี่ กลุ่มผลไม้เหล่านี้มีสรรพคุณในการช่วยลดอาการวิงเวียนศีรษะอันมีสาเหตุมาจากความดันโลหิตต่ำได้นอกจากนี้การรับประทานผลไม้ไปในกลุ่มนี้ยังสามารถทำให้ร่างกายได้รับความสดชื่น โปรตีนจากเนื้อสัตว์ จำพวกปลาทะเลอาหารทะเลต่างๆหอยนางรม รวมถึงเครื่องในสัตว์ที่มีประโยชน์อย่างตับ ก็สามารถเพิ่มระดับโปรตีนในร่างกายที่จำเป็นให้เกิดการปรับระดับความดันโลหิตให้อยู่ในระดับที่สมดุล, อาหารพวกเรานี้เป็นอาหารที่บำรุงเลือดทำให้เลือดให้เม็ดเลือดมีความสมบูรณ์และไหลเวียนได้ดีขึ้น ผลไม้ที่มีวิตามินอีจำพวกผลไม้สุกเช่นมะม่วงสุก กล้วยไข่ กล้วยหอม ซึ่งการรับประทานผลไม้จำพวกนี้สามารถบรรเทาอาการของภาวะความดันโลหิตต่ำได้ดี ธัญพืชต่างๆเช่นข้าวสาลีลูกเดือยข้าวโพด ซึ่งเป็นแหล่งรวมของวิตามินบีธรรมชาตินอกจากนี้สารอาหารประเภทธัญพืชต่างๆยังมีเส้นใยสูงยังทำให้ระบบการขับถ่ายและการช่วยย่อยในร่างกายทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วย ผลไม้อบแห้งจำพวกกล้วยตาก อินทผาลัม ลูกเกด และอื่นๆเป็นแหล่งสารอาหารที่มีเส้นใยและพลังงานสูงจึงทำให้ควรนำมาเป็นอาหารว่างในระหว่างมื้อต่อวันก็จะช่วยลดอาการของผู้ที่มีสภาวะความดันโลหิตต่ำได้ และอาหารที่ควรรับประทานเพิ่มเติมในผู้ที่มีสภาวะความดันโลหิตต่ำนั้นก็คือโปรตีนซึ่งไม่ว่าจะเป็นโปรตีนจากเนื้อสัตว์ชนิดต่างๆรวมถึงโปรตีนจากไข่โปรตีนจากถั่วเหลืองหรือเต้าหู้ต่างๆ ถั่วลิสง หรืออาจจะหาผลิตภัณฑ์กลุ่มเสริมอาหารมารับประทานพวกวิตามินบี 12 แคลเซียมวิตามินอี ก็จะสามารถทำให้ระดับความดันโลหิตอยู่ในสภาวะที่เหมาะสม นอกจากการรับเลือกรับประทานอาหารและการดังกล่าวแล้วสิ่งที่ยังสามารถระดับ ความดันโลหิตต่ำ ให้อยู่ในระดับสมดุลนั้นก็คือ การฝึกหายใจไม่ควรหายใจสั้นๆถี่ๆควรหายใจลึกๆยาวๆอาจจะมีการทำสมาธิช่วยเพื่อทำให้ระบบการหายใจมีส่วนช่วยกระตุ้นในการไหลเวียนโลหิตให้ดีขึ้นนั่นเอง แล้วอย่าลืมการดื่มน้ำให้เพียงพอต่อวันเพราะว่าการดื่มน้ำให้เพียงพอต่อวันมีความจำเป็นต่อ ระบบการหมุนเวียนโลหิตและของเหลวต่างๆในร่างกายดังนั้นจึงควรดื่มน้ำสะอาดไม่ต่ำกว่าวันละ 1.5 ลิตร พักผ่อนให้เพียงพอเป็นสิ่งที่ย้ำกันอยู่เสมอในการรักษาสุขภาพการนอนหลับแต่ละคืนไม่ควรน้อยกว่า …

โควิด-19 มีผลต่อการดูแลสุขภาพของผู้คนในปัจจุบันอย่างไรบ้าง?

ช่วงนี้เป็นช่วงที่ใคร ๆ ก็รักษาสุขภาพของตัวเองกันเป้นอย่างดีเนื่องจากความกลัวว่าร่างกายจะอ่อนแอและสามารถรับโควิดได้ง่ายและมีความเสี่ยงว่าจะติดเชื้อรุนแรงได้ ทำให้หลายคนหันมาเตรียมตัวรับมือด้วยการใส่ใจกับความสะอาดและสุขภาพของตัวเองกันมากขึ้น ทั้งนี้ชีวิตของคนเราเปลี่ยนไปแค่ไหน การดูแลสุขภาพมากกว่าเดิมอย่างไรบ้าง โควิด-19 มีผลต่อการดูแลสุขภาพของผู้คนในปัจจุบันอย่างไรบ้าง? ที่บทความ สุขภาพดี ออกกำลังกายกันมากขึ้น – โควิด-19 มีผลต่อการดูแลสุขภาพของผู้คนในปัจจุบันอย่างไรบ้าง? การออกกำลังกาย เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ดียิ่งขึ้น และช่วยให้เราป่วยแล้วมีอาการน้อยลง ทั้งยังมีแรงในการต่อสู้กับเชื้อโรคอีกด้วย แม้การออกกำลังกายจะยังไม่สามารถสู้กับโรคได้มากขนาดนั้นแต่ก็ทำให้ร่างกายของเราต่อต้านเชื้อโรคได้ระดับหนึ่ง การอยู่ในที่แจ้งรับอาการที่ดีและการโดนแดดบ้างก็ช่วยให้การออกกำลังได้ผลมากขึ้นอีกด้วย ทำให้ผู้คนตอนนี้ก็หันมาออกกำลังกายกันมากขึ้น แม้จะต้องใส่แมสออกมาวิ่งกันก็ตาม กินอาหารเสริมมากขึ้น – โควิด-19 มีผลต่อการดูแลสุขภาพของผู้คนในปัจจุบันอย่างไรบ้าง? อาหารเสริมหรือพวกวิตามินต่าง ๆจะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกาย อย่างคนที่กินวิตามินซีอย่างต่อเนื่องก็จะไม่ค่อยเป็นหวัดกัน การกินอาหารเสริมพวกวิตามินในช่วงนี้ก็ช่วยให้ร่างกายมีภูมิในการต่อสู้กับโควิดมากขึ้น ซึ่งตอนนี้มีอาหารเสริมประเภทสมุนไพรไทยเพิ่มขึ้นอีกด้วย สามารถหาซื้อมาลองดูกัน เชื่อว่าหลายคนก็กินวิตามินกันมากขึ้น รักษาความสะอาดกันมากกว่าเดิม – โควิด-19มีผลต่อการดูแลสุขภาพของผู้คนในปัจจุบันอย่างไรบ้าง? หลังจากที่มีการแพร่ระบาดของโควิดนอกจากการใส่แมสก็คงเป็นเรื่องของความสะอาดที่ทุกคนรักษากันมากขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัดเลยล่ะ ผู้คนหันมาล้างมือบ่อยขึ้น พกทิชชู่เปียกและเจลแอลกอฮอล์ ทำความสะอาดที่นั่ง และอื่น ๆ อีกมากมาย อาบน้ำสระผมทันทีหลังเข้าบ้านเพื่อทำลายเชื้อโรคก่อนจะแพร่ไปหาคนที่บ้านและอื่น ๆ อีกมากมายที่ช่วยลดโอกาสการติดต่อของเชื้อโรค เลือกรับประทานอาหารปรุงสุกกันมากขึ้น – โควิด-19มีผลต่อการดูแลสุขภาพของผู้คนในปัจจุบันอย่างไรบ้าง? อาหารที่ปรุงสุกจะทำให้เชื้อโรคทั้งหลายตายได้ อาหารแช่แข็งหรืออาหารเย็น ๆ ก็กลายเป็นทางเลือกอื่น ๆ ไปเสียแล้ว …

เข้าสู่หน้าฝนแล้ว คนเป็นภูมิแพ้อากาศควรดูแลสุขภาพอย่างไรบ้าง?

หน้าฝนเป็นช่วงที่อากาศจะค่อนข้างชื้นและเสี่ยงกับการเป็นหวัดอย่างมากเลยล่ะ โดยเฉพาะคนที่เป็นภูมิแพ้อากาศอยู่แล้วยิ่งไม่ชอบความชื้นของอากาศแบบนี้เลยล่ะ แต่ก็เป็นเรื่องที่ค่อนข้างหลีกเลี่ยงยกเพราะประเทศเราเป็นประเทศร้อนชื้นที่มีฝนตกอยู่บ่อย ๆ โดยเฉพาะในหน้าฝนที่จะมีฝนตกให้เห็นบ่อย ๆ  ซึ่งนอกจากความลำบากในการเดินทางที่ต้องกังวลว่าชุดจะเปียกแล้วก็เป็นเรื่องของสุขภาพที่ต้องระวังให้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะคนที่เป็นภูมิแพ้ยิ่งต้องดูแลตัวเองให้ดีเลยล่ะ เข้าสู่หน้าฝนแล้ว คนเป็นภูมิแพ้อากาศควรดูแลสุขภาพอย่างไรบ้าง? สุขภาพดี ระวังอย่าโดนฝนโดยตรง – เข้าสู่หน้าฝนแล้ว คนเป็นภูมิแพ้อากาศควรดูแลสุขภาพอย่างไรบ้าง? ฝนที่ตกลงมาในบ้านเรานั้นเป็นฝนที่ไม่สะอาดเพราะรวมฝุ่นต่าง ๆ ที่อยู่ในอากาศมากมายหล่นลงมาเป็นฝน นั่นหมายความว่าเวลาโดนฝนเราจะรับฝุ่นและสารเคมีในอาการเข้าไปด้วย การตากฝนโดยตรงจึงไม่เป็นผลดีเสียเท่าไหร่นัก นอกจากนี้การที่เราเปียกฝนและไม่รีบทำให้ตัวแห้งก็ทำให้ป่วยได้ง่าย ๆ อีกด้วย โดยเฉพาะคนที่เป็นภูมิแพ้เพียงแค่ละอองฝนก็ทำให้ไม่สบายน้ำมูกไหลได้ง่าย ๆ เลยล่ะ ดังนั้นควรระวังและป้องกันตัวเองเอาไว้ นอนหลับให้เพียงพอ – เข้าสู่หน้าฝนแล้ว คนเป็นภูมิแพ้อากาศควรดูแลสุขภาพอย่างไรบ้าง? การนอนหลับ พักผ่อนให้เพียงพอเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายตามธรรมชาติทำให้ร่างกายของเราแข็งแรงและพร้อมรับมือกับสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปได้มากเลยล่ะ หากสังเกตคนที่นอนน้อยส่วนใหญ่จะมีปัญหาในเรื่องของระบบภูมิคุ้มกัน ทานวิตามินซี  – เข้าสู่หน้าฝนแล้วคนเป็นภูมิแพ้อากาศควรดูแลสุขภาพอย่างไรบ้าง? วิตามินซีจะช่วยในเรื่องของการต่อต้านอาการหวัดคัดจมูกต่าง ๆ เป็นการเสริมความแข็งแรงในระบบภูมิคุ้มกันเช่นเดียวกัน การรับประทานวิตามินซีทุกวันยังช่วยให้ไม่เป็นหวัดหรือเป็นหวัดน้อยลงอีกด้วยนะ ดังนั้นควรรับประทานวิตามินซีให้เพียงพอต่อวันเพื่อเสริมภูมิคุ้มกันร่างกาย ทานยาแก้แพ้เพื่อมีอาการ – เข้าสู่หน้าฝนแล้วคนเป็นภูมิแพ้อากาศควรดูแลสุขภาพอย่างไรบ้าง? สิ่งที่คนที่เป็นภูมิแพ้ต้องมีคือยาแก้แพ้ ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ยาคลอเฟนิรามินซึ่งเป็นยาที่ช่วยลดอาการแพ้ต่าง ๆ บางคนเป็นภูมิแพ้อากาศแล้วน้ำมูกไหล บางคนเป็นผื่นคันเหมือนลมพิษ คนที่เป็นหนักหน่อยอาจจะหายใจไม่ออกเลยก็มีเช่นเดียวกัน ดังนั้น ควรสังเกตอาการของตัวเอง …

ออกกำลังกายหลังฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ได้หรือไม่ ไปติดตามกันเลย

คนที่ออกกำลงกายเป็นประจำมักจะรู้สึกแปลก ๆ หากช่วงใดขาดการออกกำลังกายนาน ๆ นอกจากความเปลี่ยนแปลงในเรื่องรูปร่างที่เกิดขึ้นแล้ว ความเปลี่ยนแปลงในเรื่องของความสึกก็เกิดขึ้นเช่นเดียวกัน ทว่าในการรับวัคซีนเพื่อป้องกันโรคโควิด-19 มักจะมีคำเตือนกันว่าอย่าออกกำลังกายมากเพราะอาจมีผลต่อวัคซีนได้ ความจริงเรื่องนี้มีมากน้อยเพียงใด แล้วเราจะกลับมาออกกำลังกายได้เมื่อไหร่หลังจากที่ฉีดวัคซีน ออกกำลังกายหลังฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ได้หรือไม่ สุขภาพดี ออกกำลังกายหลังฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ได้หรือไม่ การออกกำลังกายทั้งก่อนและหลังการฉีดวัคซีนสามารถทำได้เป็นปกติ แต่นั่นหมายความว่าปกติคือการออกกำลังกายที่พอดีและไม่หักโหม หากปกติเป็นคนที่ออกกำลังกายหนักอยู่แล้วช่วงก่อนและหลังการฉีดวัคซีนก็ควรที่จะเบาในเรื่องการออกกำลังกายลง เพราะก่อน ฉีดวัคซีน เราควรมีร่างกายที่พร้อม ไม่ล้าจากการออกกำลังกายนั่นเอง แน่นอนว่าต้องนอนให้เพียงพอและดื่มน้ำให้มาก ๆ ด้วยเพื่อให้ร่างกายพร้อมรับวัคซีนนั่นเอง แม้ว่าร่างกายของเราจะเตรียมรับมือการฉีดวัคซีนแล้วก็ตามแต่ตามธรรมชาติร่างกายจะรู้สึกเมื่อยล้าหลังจากการฉีควัคซีนเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว หากพบว่าร่างกายของเราเมื่อยล้า รู้สึกปวดหัว ง่วงนอน กินเก่งขึ้น หลังจากการฉีดวัคซีนถือว่าเป็นอาการปกติหลังจากที่ฉีดวัคซีน ซึ่งประมาณ 1-3 วันร่างกายจะเริ่มปรับสภาพและกลับมาเป็นปกติ ซึ่งความนานของอาการก็ขึ้นอยู่กับความสามารถในการรับวัคซีนของแต่ละคน เพราะบางคนที่ดูเหมือนร่างกายแข็งแรงก็สามารถเกิดอาการมากกว่าคนที่ดูร่างกายอ่อนแอได้ด้วยเช่นเดียวกัน ออกกำลังกายหลังฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ได้หรือไม่ การออกกำลังกายหลังจากการฉีดวัคซีน ยังสามารถทำได้อยู่อย่างเคย และอย่างที่บอกไปไม่ควรหักโหมและต้องดูสภาพร่างกายและอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากการฉีดวัคซีนด้วยว่าออกกำลังกายไหวหรือไม่ หากรู้สึกร่างกายไม่พร้อมอย่าฝืนเด็ดขาด ไม่ควรยกของหนักหรือยกเวทหลักจากที่ฉีดวัคซีนใหม่ ๆ แต่การออกกำลังกายเบา ๆ ยังคงทำได้ หลังจากที่ร่างกายปรับตัวแล้วก็สามารถออกกำลังกายได้ดังเดิมเลยล่ะ อย่างไรก็ตามนอกจากการออกกำลังกายแล้วการรักษาสุขภาพของเราให้แข็งแรงก็สามารถทำได้จากการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การดื่มน้ำอย่างเพียงพอ และการนอนพักผ่อนให้เพียงพออีกด้วย แม้จะดูเป็นเรื่องปกติที่ควรทำอยู่แล้วแต่เชื่อว่าหลายคนไม่สามารถทำได้ด้วยเรื่องของภาระหน้าที่หรือเวลาว่างในการพักผ่อนหรือเตรียมอาหารไม่เพียงพอ อย่างไรก็ตามการดูแลสุขภาพของตัวเองในช่วงนี้ก็เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก …

ฉีดวัคซีน covid-19 ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้างเพื่อให้มีผลกระทบต่อสุขภาพน้อยที่สุด

ในปัจจุบันนี้ยังอยู่ในช่วง โรคระบาด covid-19 ในแต่ละที่ก็มีการ บริการการ ฉีดวัคซีน covid-19 ให้กับประชาชนโดยทั่วไปถ้าท่านเป็นคนหนึ่งที่จะต้องไปเข้ารับการฉีดวัคซีนซึ่งการฉีดวัคซีนนี้นั่นก็คือการได้รับเชื้อโรคในรูปที่พัฒนาเชื้อมาเป็นตัวยาเข้ามาในร่างกายเพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันดังนั้นการฉีดวัคซีนเข้ามาในระยะแรกอาจจะเกิดผลกระทบข้างเคียงบ้างดังนั้นเราจึงควรจะมีการเตรียมตัวก่อนไปฉีดวัคซีน covid อย่างไรบ้างเพื่อไม่ให้กระทบที่มีนั้นมีผลต่อสุขภาพมากเกินไปดังนี้ที่บทความ สุขภาพดี ก่อนวันได้ฉีดวัคซีนควรนอนพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 7-8 ชั่วโมง หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มที่มีสารคาเฟอีนทุกประเภทและควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 1ลิตร ก่อนเข้ารับวัคซีนควรจะทำให้ร่างกายแข็งแรงนั่นก็คือไม่ควรจะมีไข้หรือมีหวัดหรือมีการเจ็บป่วยใดๆหากมีไข้ก่อนวันได้รับวัคซีนหรือมีอาการเจ็บป่วยใดก็ควรจะทำการแจ้งกับแพทย์ เลื่อนนัดไปวันที่หายไข้จะดีที่สุด งดออกกำลังกายหนัก 2 วันก่อนการได้รับวัคซีนและการรับวัคซีนก็ไม่ควรออกกำลังกายหนักต่อไปอีก 2 วัน ก่อนได้รับการฉีดวัคซีนควรแจ้งข้อมูล เกี่ยวกับสุขภาพให้แพทย์ทราบก่อนเช่นประวัติการแพ้ยาหรืออยู่ในขณะการตั้งครรภ์หรือกำลังวางแผนการต่างๆหรือข้อมูลอื่นๆที่แพทย์ควรทราบรวมถึงประวัติการฉีดวัคซีนอื่นก่อนได้รับการฉีดวัคซีน covid-19 ภายหลังการฉีดวัคซีนอาจจะมีความอ่อนเพลียมีไข้ต่ำปวดศีรษะคลื่นไส้ปวดแขนบริเวณแขนข้างที่ฉีด ปวดเมื่อยตามเนื้อตามตัวมีอาการปวดบวมแดงบริเวณที่ฉีดวัคซีน ถ้าพบว่ามีไข้หลังจากการฉีดวัคซีนควรรับประทานยาพาราเซตามอล 500 mg ครั้งละ 1 เม็ด 6 ชั่วโมงต่อ 1 ครั้ง หรือถ้ามีอาการผิดปกติใดๆควรพบแพทย์โดยด่วนๆ หากมีไข้ก่อนวันได้รับวัคซีนหรือมีอาการเจ็บป่วยใดก็ควรจะทำการแจ้งกับแพทย์ เลื่อนนัดไปวันที่หายไข้จะดีที่สุด             ซึ่งผู้ที่มีโรคประจำตัว7กลุ่มโรคเสี่ยงควรจะฉีดวัคซีน covid-19 ให้อย่างรวดเร็วที่สุดนั่นก็คือโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง/ โรคหัวใจและหลอดเลือด / โรคไตวายเรื้อรัง /โรคหลอดเลือดสมอง / โรคอ้วน โรคมะเร็ง / และโรคเบาหวานถ้าผู้ใดที่มีโรคดังกล่าวเหล่านี้ควรเร่งทำการนัดเข้ารับการได้รับวัคซีนอย่างรวดเร็วที่สุด แม้ว่าการ …

โรคไข้หวัดใหญ่ หากเป็นแล้วมี 5 วิธีดูแลตัวเองยังไงไปดูกัน

สำหรับบทความนี้นั้น ในอดีตได้มีการพูดถึงสาเหตุของการเกิดไข้หวัดใหญ่กันแล้ว อย่างที่หลายคนอ่านกันมาว่าไข้หวัดใหญ่ เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ แน่นอน! ไม่ใช่แค่ประเทศไทยที่มีการระบาด ในต่างประเทศเองก็มีเช่นกัน ยิ่งในฤดูฝนไข้หวัดใหญ่จะระบาดได้ง่าย บางคนดูแลตนเองดีแล้วก็ยังมีโอกาสในการติดเชื้อได้ ในบทความ สุขภาพดี นี้จึงได้ค้นหาข้อมูลดูแลตนเอง เมื่อป่วย โรคไข้หวัดใหญ่ ดังกล่าวมาบอกต่อกัน แต่ก่อนอื่นต้องเท้าความสำหรับนักอ่านที่เข้ามาใหม่ว่าอาการของ โรคไข้หวัดใหญ่ นั้น จะมีในลักษณะการเป็นไข้ แต่การเป็นไข้ในที่นี่มักจะเป็น ไข้สูง มีอาการหนาวสั่นร่างกาย มีอาการไอ จาม เจ็บคอ คัดจมูก น้ำมูกไหล รู้สึกไม่สบายตัว ครั่นเนื้อครั่นตัว อ่อนเพลียไม่มีแรง แถมเบื่ออาหาร สำหรับในเด็กและคนสูงวัยก็จะมีอาการอาเจียน ท้องเสีย เวียนหัวร่วมด้วยได้นั้นเอง สำหรับคนที่ติดโรคไข้หวัดใหญ่แล้วหรือคนใกล้ชิดเป็นจะดูแลอย่างไร…? มีคำตอบให้ ดังนี้ ไม่ควรเดินทางไปที่ไหน หลังทราบว่าตนเองติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ บางรายแพทย์จะให้นอนโรงพยาบาล บางรายสามารถขอกลับพักผ่อนที่บ้านได้ แต่ไม่ควรจะพบเจอผู้คน ให้กักตัว เนื่องจากบางสายพันธุ์ของไข้หวัดใหญ่สามารถแพร่กระจายเชื้อเป็นวงกว้างได้ ไม่ว่าจะไอ จาม หรือการเช็ดน้ำมูกของเหลวที่ออกจากร่างกายต้องมีสิ่งในการปกปิดหรือชำระเฉพาะ แล้วนำไปทิ้งให้ปลอดภัยกับบุคคลอื่นที่สุด อย่างที่บอกไปโรคไข้หวัดใหญ่สามารถแพร่ระบาดได้ รักษาตามขั้นตอนของแพทย์ สำคัญ คือ การทานยาในการรักษา แพทย์แนะนำไม่ควรจะดื้อรั้นให้เชื่อฟัง เนื่องจากเชื้อไวรัสนี้มีผลเสียต่อภูมิต้านทานของร่างกาย …

อาการปวดหัวไมเกรน รักษาได้ด้วยวิธีใดได้บ้างวันนี้จะได้รู้กัน

ถ้าหากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่เริ่มมีอาการปวดหัวจากความเครียดเป็นอย่างมากและบางครั้งการอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานจะทำให้คุณรู้สึกเห็นแสงระยิบระยับ ซึ่งบางครั้งก็ทำให้คุณเกิดความสงสัยว่า อาการที่คนปวดหัวแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรและเป็นเพราะอะไร ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเรียกว่า อาการปวดหัวไมเกรน โดยอาการเหล่านี้จะเป็นอาการแรกเริ่มต้นของผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ ซึ่งแสดงอาการปวดหัวออกอย่างชัดเจน ซึ่งก็มีแนวทางในการรักษาที่หลากหลายวิธีแตกต่างกันออกไป สำหรับวันนี้นักเขียนจะมาแนะนำการรักษาเกี่ยวกับอาการปวดหัวไมเกรน ให้เพื่อนๆชาวเว็บ สุขภาพดี ได้ทราบถึงวิธีการรักษาไมเกรน ว่ามีวิธีใดบ้างและเหมาะกับระยะแบบไหน  อาการปวดหัวไมเกรน จัดเป็นอาการที่ผู้ป่วยไมเกรนทุกคนต้องประสบพบเจอกับสิ่งเหล่านี้ ว่าจะเป็นอาการ ปวดหัว ข้างเดียวหรืออาการปวดหัวแบบตุ๊บๆ นอกจากนี้บางรายอาจจะมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วม ด้วยวิธีการรักษาไมเกรน ยังคงมีวิธีที่รักษาค่อนข้างแตกต่างกันออกไปในแต่ละแบบ ยกตัวอย่างเช่น การรักษาไมเกรนด้วยการทานยาจากแพทย์ วิธีใช้วิธีที่หลายคนมักเลือกใช้ในการรักษาไมเกรนเป็นอย่างมากเพราะสะดวกและมีความปลอดภัยซึ่งได้รับการรักษาจากทางแพทย์ในโรงพยาบาล และวิธีต่อมา เป็นวิธีฉีดยาเพื่อรักษาไมเกรนแบบเฉียบพลัน ซึ่งมีคนจำนวนน้อยกว่าที่จะต้องรักษา อาการปวดหัวไมเกรน ด้วยการฉีดยาแบบนี้ เพราะการฉีดยาแบบนี้จะช่วยลดอาการปวดอย่างรุนแรงได้ลงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีบางคนเลือกที่จะฉีดยานี้โดยป้องกันอาการกำเริบของไมเกรนด้วย แต่ยังมีคนส่วนน้อยที่มักจะยังใช้วิธีการรักษาอาการปวดหัวไมเกรนในฉบับพื้นบ้านโดยการต้มสมุนไพรยาหม้อ ซึ่งจัดว่าเป็นวิธีที่ค่อนข้างอันตรายมากเลยนะคะ หากเพื่อนๆมีอาการปวดหัวไมเกรนหรืออาการปวดหัวข้างเดียวและมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ก็ควรที่จะได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและทันเวลา อย่างไรก็ตามไม่ควรใช้วิธีโดยการต้มยาหม้อสมุนไพรทานเองที่บ้าน เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายได้ เนื่องจากสมุนไพรบางตัวที่นำมาใช้นั้นอาจจะเป็นตัวยาที่ช่วยกระตุ้นอาการไมเกรนให้กำเริบขึ้นได้  วันนี้แอดมีเว็บไซต์เกมยอดนิยมในตอนนี้อย่าง tiger711 เพราะมีเกมสนุกสนานมากมายพร้อมสีสันที่สวยงามและเอฟเฟกที่น่าสนใจถูกใจคอเกมอย่างแน่นอน

โรคไตในเด็ก ปัจจุบันมีมากกว่า 1 ปัจจัยที่สามารถทำให้เกิดโรคไตในเด็กได้

โรคไต เมื่อเอ่ยถึงโรคนี้เชื่อว่าหลาย ๆ คนก็จะนึกถึงโรคประจำตัวของผู้ใหญ่เสียส่วนใหญ่ โรคไตถือว่าเป็นโรคยอดนิยมเนื่องจาก สาเหตุของการเกิดโรคไตนั้น มาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันในแต่ละวันนั่นเอง แต่รู้หรือไม่โรคไตนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นได้เฉพาะผู้ใหญ่เท่านั้น เด็กเล็กๆ หรือแม้กระทั่งเด็กทารกก็สามารถมีโอกาสเป็นโรคไตได้เช่นกัน รู้จัก โรคไตในเด็ก กันเลยที่บทความ สุขภาพดี ก่อนที่จะสายเกินแก้ โรคไตในผู้ใหญ่ และเด็กต่างกันอย่างไร โรคไต ในผู้ใหญ่นั้นจะมีความแตกต่าง และความรุนแรง กับไตเด็กพอสมควร โดยสาเหตุของการเกิดไตของผู้ใหญ่ มาจากโรคความดันสูง และภาวะความอ้วน ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลทำให้เกิดโรคไตทั้งสิ้น พฤติกรรมส่วนใหญ่คือการใช้ชีวิตประจำวันในบริบทต่าง ๆ ที่ผิด และขาดความรู้เกี่ยวกับโรคไต จึงส่งผลทำให้ความรุนแรงของโรคไตทวีความรุนแรงขึ้น มีความเป็นไปได้สูงที่อวัยวะภายในจะล้มเหลว รวมถึงภาวะไตวายเฉียบพลันอีกด้วย โรคไตในเด็ก ปัจจุบันมีมากกว่า 1 ปัจจัยที่สามารถทำให้เกิดโรคไตในเด็กได้ อาทิเช่น เป็นโรคไตเพราะติดต่อทางพันธุกรรมจากแม่ เด็กทารกเป็นโรคไตตั้งแต่ในครรภ์ พฤติกรรมของเด็กเล็กที่มีพฤติกรรมรับประทานอาหารเกินวัย ส่งผลทำให้เกิดโรคไตในเด็กได้เช่นกัน อาการโรคไตในเด็ก โรคไตในเด็กอาการที่บ่งบอกได้ชัดเจนที่สุดก็คือ ระบบขับถ่ายผิดปกติ อาจจะปัสสาวะบ่อย หรือปัสสาวะน้อยผิดปกติ สีของปัสสาวะอาจมีสีแดงปน มีภาวะความดันเลือดสูง พัฒนาการเติบโตช้ากว่าเด็กอื่นๆ ท้องโตผิดปกติ โรคไตในเด็ก กับวิธีป้องกัน พ่อแม่ที่มีประวัติป่วยเป็นโรคไต ก็มีสิทธิส่งต่อพันธุกรรมทำให้ทารกติดภาวะโรคไตไปด้วยตั้งแต่อยู่ในครรภ์ …