กลิ่นกายผู้สูงอายุ ให้มีกลิ่นกายดี เพื่อสุขภาพของผู้สูงอายุและคนรอบข้าง 

วันนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับ กลิ่นกายผู้สูงอายุ ซึ่งแน่นอนว่าหากใครที่อยู่ใกล้ชิดผู้สูงอายุมีท่านให้ดูแลอยู่ตลอดเวลา ท่านมักจะคุ้นเคยกับกลิ่นกายของผู้สูงอายุอย่างมาก เพราะผู้สูงอายุจะมีกลิ่นเฉพาะตัว บางคนก็มีความเคยชินกับ กลิ่นกายผู้สูงอายุ แต่บางคนก็ไม่ชอบซึ่งกลิ่นนี้เกิดจากอะไร มีสาเหตุมาจากไหน และมีวิธีดูแลอย่างไรเพื่อกำจัดปัญหาเหล่านี้ให้หมดไป สำหรับคนที่ดูแลผู้สูงอายุหากท่านสนใจเราจะพาท่านไปรู้จักวิธีแก้ปัญหากับสิ่งเหล่านี้ให้ได้ง่ายๆ จะมีวิธีอย่างไรนั้นไปดูกันเลย รู้จัก กลิ่นกายผู้สูงอายุ และวิธีการดูแลรักษาให้ผู้สูงอายุมีกลิ่นกายที่ดี  กลิ่นกายผู้สูงอายุที่เกิดขึ้น ไม่ใช่กลิ่นที่มีความเหม็นที่เกิดจากสิ่งสกปรก แต่เป็นกลิ่นที่มีความเฉพาะเกิดจากไขมันและต่อมไร้ท่อ เมื่อต่อมไร้ท่อมีการผลิตเหงื่อและไขมันออกมา ก็จะเกิดการทำปฏิกิริยากับแบคทีเรียที่อยู่บนร่างกายภายนอก ทำให้เกิด กลิ่นกาย เฉพาะของผู้สูงอายุ ซึ่งผู้สูงอายุแต่ละคนก็จะมีกลิ่นกายที่ไม่เหมือนกัน จะมีวิธีการดูแลรักษากลิ่นกายเหล่านี้ให้หมดไปอย่างไรไปดูกันเลยที่เว็บ สุขภาพดี การกำจัดเหงื่อบนร่างกาย วิธีการกำจัดเหงื่อบนร่างกายผู้สูงอายุ ด้วยการทำความสะอาดเช็ดถูให้เหงื่อไคลออกไปจากร่างกาย ไม่ว่าจะด้วยวิธีการชำระร่างกายเป็นประจํา หรือวิธีอื่นๆที่จะช่วยทำให้เหงื่อน้อยลงได้ จะทำให้กลิ่นกายหายหมดไป และมีสุขภาพกลิ่นที่ดีน่าสัมผัส ออกกำลังกายแบบผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุที่มันออกกำลังกายจะช่วยทำให้กลิ่นกายดีขึ้น ถึงแม้ว่าจะเป็นการกระตุ้นให้เหงื่อออกมามาก แต่รูขุมขนจะเปิดกว้าง ทำให้ของเสียที่อยู่ภายในร่างกายสามารถออกมาได้หมด แถมยังเป็นวิธีที่ช่วยกำจัดสิ่งสกปรกโดยเฉพาะแบคทีเรียออกจากร่างกายได้ดีด้วย อาบน้ำอุ่น การอาบน้ำร้อนจะทำให้รูขุมขนเปิดกว้าง และสิ่งสกปรกที่อยู่ภายในร่างกายจะหลุดออกมา เพราะฉะนั้นจึงแนะนำให้ผู้สูงอายุมันอาบน้ำร้อนหรือน้ำที่มีอุณหภูมิอุ่นเพื่อสุขภาพที่ดีของตนเอง งดการสูบบุหรี่ สิ่งที่ผู้สูงอายุไม่ควรทำก็คือการสูบบุหรี่ เพราะจะไปทำให้เพิ่มอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นบนร่างกายของเรา ทำให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานไม่เป็นปกติ เกิดการสะสมของอนุมูลอิสระ เป็นต้นเหตุของการเกิดกลิ่นกายที่ไม่ดี สำหรับวิธีกำจัดกลิ่นกายผู้สูงอายุที่เรานำมาแนะนำให้ท่านได้รู้ เป็นวิธีที่จะช่วยดูแลผู้สูงอายุได้เป็นอย่างดีและสามารถใช้ได้ผลจริง ท่านสามารถทำได้ด้วยตนเองที่บ้าน จะเป็นวิธีหนึ่งในการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น Related Posts

มะแว้งต้น ต้านเบาหวานคุมน้ำตาลในเลือดที่พบมากในผู้สูงอายุ

อย่างที่ทราบกันดีว่าโรคเบาหวานไม่ได้เกิดจากการทานหวานมากเกินไปเพียงอย่างเดียว  ยังรวมถึงการทานอาหารที่มีรสจัด  เช่น  เค็มจัด  เปรี้ยวจัด  เผ็ดจัด ฯลฯ  มีภาวะอ้วน  เกิดจากพันธุกรรม  การพักผ่อนไม่เพียงพอ  ขาดการออกกำลัง  เป็นต้น  โดยโรคเบาหวานสามารถพบได้ในคนทุกเพศทุกวัย  พบมากในผู้สูงอายุและยังคงมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกปี วันนี้แอดจึงจะพาไปรู้จักกับ มะแว้งต้น ที่สามารถต้านโรคเบาหวานได้             ผู้ที่เป็นเบาหวานมักมีอาการปัสสาวะบ่อย  กระหายน้ำจึงต้องดื่มน้ำบ่อยๆ  หิวบ่อย  กินเยอะ  อ่อนเพลียและเหนื่อยง่าย  น้ำหนักลดลงเร็วหรือน้ำหนักเพิ่มขึ้นจนมีภาวะอ้วน  มีผื่นคันตามตัว  เป็นฝี  แผลเรื้อรังหายยาก  แขนขาชา  อาจมีอาการเจ็บหน้าอก  สายตาพร่ามัวลง  ฯลฯ  อีกทั้งผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานโดยมากมักจะมีโรคแทรกซ้อนเข้ามาอีกด้วย  เช่น  โรคหัวใจ  ความดันโลหิต  หลอดเลือดอุดตัน  ฯลฯ  นับว่าเป็นโรคที่น่ากลัวอย่างมากอีกโรคหนึ่งเพราะเป็นโรคที่รักษาไม่หายแถมยังมีอีกสารพัดโรคเข้ามาแทรกซ้อนอีกด้วย             มะแว้งต้น ( Brinjal ) เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กสามารถพบได้ในทุกภาคของประเทศไทย  ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ดเติบโตได้ดีในพื้นที่โล่งแจ้งแสงแดดส่องถึงในความชื้นที่พอเหมาะ  มะแว้งต้นมีสรรพคุณมากมายรวมถึงสามารถแก้โรคเบาหวานและลดระดับน้ำตาลในเลือดได้  โดยการนำผลมะแว้งต้นที่แก่จัดหรือผลมะแว้งต้นสุกมาทานคู่กับน้ำพริกหรือจะเป็นอาหารประเภทอื่นๆก็ได้ซึ่งก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนค่ะ  มะแว้งต้น ( Brinjal ) เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กสามารถพบได้ในทุกภาค อีกวิธีหนึ่งทำได้โดยการนำมาผลมะแว้งต้นที่แก่จัดหรือผลมะแว้งต้นสุกมาต้มในน้ำสะอาด  กรองเอาเฉพาะน้ำนำมาดื่มในขณะที่ยังอุ่นแทนชา  เช้า-เย็น  หลังอาหารและก่อนนอน  …

ผู้สูงอายุ จะมีปริมาณเพิ่มขึ้นตามลำดับอย่างประเทศไทย

ด้วยในปัจจุบันและในอนาคตไม่ช้าจะมี ผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ของประเทศไทย ด้วยความเจริญก้าวหน้าทางการแพทย์และสาธารณสุข ที่ทำให้ประชากรมีอายุยืนยาวมากขึ้น และกลุ่มคนในวัยเด็กมีน้อยลงเนื่องจากประชากรส่วนใหญ่นิยมมีลูกแค่คนเดียว โดยผู้สูงอายุนี้จะมีปริมาณเพิ่มขึ้นตามลำดับอย่างประเทศไทยก็มีความตื่นตัวและเตรียมการเพื่อรองรับในการดูแลประชากรกลุ่มนี้ให้มีสุขภาพกายสุขภาพใจที่ดี ด้วยการเปลี่ยนแปลงของร่างกายของผู้สูงอายุ มีลักษณะค่อยเป็นค่อยไปและเป็นการเปลี่ยนแปลงในการเสื่อมสภาพการทำงานของระบบร่างกายต่างๆ ทำให้ ผู้สูงอายุ อาจจะมีระบบอวัยวะต่างๆที่เสื่อมลง และอาจจะทำให้เกิดอาการหลงหลงลืมลืม อัลไซเมอร์หรือปัญหาโรคเรื้อรังต่างๆทั้งยังมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นภาวะซึมเศร้าวิตกกังวลและความรู้สึกสิ้นหวังตัวเอง คิดว่าเป็นภาระเป็นภาระซึ่งปัญหานี้มักจะได้รับการละเลยเป็นส่วนมาก โดยคนในครอบครัว อาจจะคิดว่าผู้สูงอายุคิดมากฟุ้งซ่านไปเอง เรียกร้องความสนใจซึ่งในความเป็นจริงอาการเหล่านี้ อาจจะเป็นภาวะเจ็บป่วยอย่างหนึ่ง ที่เป็นอาการเจ็บป่วยทางใจที่ต้องการคนดูแลช่วยเหลือและทำความเข้าใจ ซึ่งการดูแลสุขภาพในวัยที่จะก้าวเข้าสู่ผู้สูงอายุนั้น จะต้องมีการเตรียมพร้อมสำหรับตัวเอง สร้างความสุขที่มี ไม่ว่าจะเป็นสุขสบายต้องมีการออกกำลังกายดูแลร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ สุขสนุกโดยทำกิจกรรมที่ก่อให้เกิดอารมณ์เป็นสุขมีคุณภาพที่ดีขึ้น ผู้สูงอายุ ซึ่งประชากรกลุ่มใหญ่ของประเทศไทย อย่างการไปร่วมกันออกกำลังกายของผู้สูงอายุ หรือการมีความชำนาญในอาชีพต่างๆอาจจะเข้าไปสอนคนรุ่นหลังในด้านวิชาชีพที่ตนเองมีความชำนาญ สุขสง่าคือการเห็นค่าและความภาคภูมิใจในตัวเอง ในการช่วยเหลือสังคมมีส่วนร่วมกับกิจกรรมต่างๆและสุขสว่างมีความจำดีจัดการสิ่งต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสุดท้ายสุขสงบรับรู้ความรู้สึกตนเองสามารถจัดสรรสภาวะอารมณ์ต่างๆนี้ได้ ซึ่งจะทำให้การเข้าสู่วัยผู้สูงอายุได้อย่างมีประสิทธิภาพ  สำหรับคนรุ่นหลังจำเป็นจะต้องคิดอยู่เสมอ ว่าเมื่อถึงเวลาหนึ่งเราก็จะก้าวสู่ผู้สูงอายุเช่นกัน จำเป็นจะต้องดูแลตอบแทนเพื่อให้ท่านสุขสบายให้มากที่สุด ถือได้ว่าครอบครัวของตัวผู้สูงอายุเองจะมีบทบาทอย่างยิ่ง ความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญ และการดูแลอย่างดีเอื้ออาทรถือได้ว่าเป็นภารกิจของครอบครัว และเป็นวัฒนธรรมที่ดีงามในการมีความกตัญญูกตเวทีต่อผู้ที่เลี้ยงดูตนเองมา เพื่อเป็นการมอบความสุขให้ผู้สูงอายุได้มีความสุขในการใช้ชีวิตในบั้นปลายอย่างมีคุณภาพ การดูแลอย่างเข้าใจและเอาใจใส่คือสิ่งที่ควรทำมากที่สุด

ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่กำลังจะเข้าสู่วัยของผู้สูงอายุแล้วก็สามารถที่จะเข้ามาศึกษาและวางแผนการดำเนินชีวิตได้

อายุที่เพิ่มมากขึ้น มักมาพร้อมกับโรคต่าง ๆ ตามมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหากระดูกเสื่อม กล้ามเนื้อไม่ค่อยมีแรง การเดินแต่ละครั้งจึงต้องมีความระมัดระวังเป็นพิเศษ กระดูก ข้อ เข่า คือ สิ่งที่สำคัญสำหรับการพยูงร่างกายของ ผู้สูงอายุ เอาไว้ หากดูแลไม่ดีการใช้ชีวิตในวันข้างหน้าก็จะยิ่งมีความลำบากมากขึ้น ในวันนี้เราจึงมีเทคนิคดีดีมาให้กับคุณลุง คุณป้า คุณตา คุณยายในวัยสูงอายุ และลูกหลานที่คอยดูแลท่านเกี่ยวกับการใช้ชีวิตให้มีคุณภาพในวัยสูงอายุต้องปฏิบัติอย่างไรติดตามได้ในบทความสุขภาพดี             การดูแลตัวเองตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่กำลังจะเข้าสู่วัยของผู้สูงอายุแล้วก็สามารถที่จะเข้ามาศึกษาและวางแผนการดำเนินชีวิตของตนเองไว้ก่อนได้นะคะ จะได้มีชีวิตในวัยสูงอายุอย่างมีคุณภาพ โดยที่คุณหมอได้ให้คำแนะนำถึงการดูแลตัวเองในเรื่องของการ การรับประทานอาหาร แนะนำให้ผู้สูงอายุหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสจัด ไม่ว่าจะเป็นรสหวานจัด เค็มจัด หรือเปรี้ยวจัด เพราะจะส่งผลต่อสุขภาพของผู้สูงอายุ เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ถูกหลัก และรับประทานอาหารให้ครบทั้งห้าหมู่ การดื่มน้ำสะอาดระหว่างวันในปริมาณที่เพียงพอ รวมถึงการรับประทานแร่ธาตุ และเกลือแร่อยู่สม่ำเสมอ เลือกรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง เพื่อนำไปบำรุงกระดูกเสริมสร้างให้กระดูกมีความแข็งแรง ลดความเสี่ยงการเป็นโรคกระดูกเสื่อมในวัยสูงอายุ อาหารที่มีแคลเซียมสูงที่ผู้สูงอายุควรรับประทาน คือ นม ทั้งนมวัวและนมถั่วเหลือง เลือกรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย และมีความเป็นกากใยอาหารสูง เพื่อระบบขับถ่ายที่ดี ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เลือกออกกำลังกายที่เหมาะกับวัย เช่น การเดิน เพียงแค่วันละ 1 – …

หน้าหนาว ที่ผู้สูงอายุต้องระวังโรคเหล่านี้ที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงได้ออกมาแนะนำ

เมื่อเข้าสู่เดือนพฤศจิกายน ลมหนาวก็เริ่มโชยเข้ามาทุกที เปรียบเสมือนว่าช่วงนี้ คือ ช่วงปลายฝนต้นหนาว ซึ่งเป็นสภาพอากาศที่เสี่ยงต่อการเกิดอาการป่วยได้ง่าย ยิ่งเฉพาะในผู้สูงอายุที่เป็นกลุ่มเสี่ยงลำดับต้น ๆ ในการเกิดโรคภัยไข้เจ็บในช่วง หน้าหนาว แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงได้ออกมาแนะนำ และเน้นย้ำให้ผู้สูงอายุดูแลตัวเองให้มากขึ้นกว่าเดิม เพราะสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในช่วง หน้าหนาว และอุณหภูมิที่ลดลงเรื่อย ๆ ติดตามต่อในบทความสุขภาพดี             ผู้สูงอายุ คือ กลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดการเจ็บป่วยในช่วงฤดูหนาวมากที่สุด เพราะ ผู้สูงอายุมีร่างกายที่อ่อนแอกว่าวัยอื่น ๆ โดยโรคที่ผู้สูงอายุเป็นอยู่จะกำเริบ หรือเกิดการเจ็บป่วยในช่วงหน้าหนาวส่วนมากจะเป็นโรคทางระบบทางเดินหายใจ คำแนะนำของแพทย์ คือเน้นย้ำให้ผู้สูงอายุดูแลตัวเองให้มีสภาพพร่างกายที่อบอุ่นอยู่เสมอ หลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในที่ที่มีผู้คนแออัด และให้นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ             โรคที่มาในช่วงฤดูหนาว ผู้สูงอายุ ต้องพึ่งระวัง                     เมื่อเข้าสู่หน้าหนาวสภาพอากาศจะมีการเปลี่ยนแปลง ด้วยอุณหภูมิที่ลดลง และมีอากาศที่ค่อนข้างแห้ง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงได้ออกมาแนะนำให้ผู้สูงอายุพึ่งระวังโรคเหล่านี้ ที่มาพร้อมกับหน้าหนาว ระวังโรคประจำตัวที่ตนเป็นอยู่กำเริบ เช่น โรคความดันสูง โรคหลอดลือดสมอง และโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ระวังโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคไข้หวัดใหญ่ หรือไข้หวัดธรรมดาทั่วไป (ผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ได้ฟรีตามสถานพยาบาลที่รัฐกำหนด) ระวังปัญหาที่เกิดกับผิวหนัง เพราะ …

ทำความรู้จักกับ โรคความดันโลหิตสูง โรคยอดฮิตในผู้สูงอายุ

โรคความดันโลหิตสูง เชื่อว่าผู้สูงอายุในทุก ๆ ที่หรือทุกหมู่บ้านของคุณจะต้องมีผู้สูงอายุคนใดคนหนึ่งที่จะต้องป่วยเป็น โรคความดันโลหิตสูง อย่างแน่นอน เพราะโรคความดันโลหิตสูงสามารถเกิดขึ้นได้ในผู้สูงอายุเป็นจำนวนมาก เนื่องจากการบีบตัวของเลือดที่ผิดปกติ หรือบางครั้งโรคความดันโลหิตนั้นอาจก่อให้เกิดโรคแทรกซ้อนตามมาในภายหลังก็ได้ ดังนั้นคุณจึงควร ทำความรู้จักกับโรคความดันโลหิตสูง โรคยอดฮิตในผู้สูงอายุ เพื่อรู้ทันและรู้จักการป้องกันเพื่อสุขภาพที่ดีและแข็งแรงค่ะ โรคยอดฮิตในผู้สูงอายุ โรคความดันโลหิตสูง           เกิดได้จากการเสื่อมสภาพของหลอดเลือดแดงภายในร่างกายเนื่องจากเลือดแข็งตัว และไม่ไหลเวียนไปทั่วร่างกายแบบที่เคย จึงทำให้การทำงานสูบฉีดหนักขึ้นกว่าปกติ เพราะเกิดสภาวะผิดปกติในความดันโลหิต บางครั้งถ้าหากเป็นโรคความดันโลหิตสูงแล้ว มักจะมีโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมาเพราะทำให้ภูมิต้านทานของร่างกายต่ำลง เช่น โรคสมองเสื่อม โรคหัวใจ และ โรคไตวายเฉียบพลัน สาเหตุของโรคความดันโลหิตสูง           บางครั้งสาเหตุของโรคความดันโลหิตสูง อาจเกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือการที่มีความเครียดจนมากเกินไป จึงทำให้อัตราการสูบฉีดของโลหิตในการผิดปกติจนทำให้คุณรู้สึกปวดหัว มึนงง คลื่นไส้ หรือ หน้ามืดเป็นลม ซึ่งเกิดได้มากในผู้สูงอายุ วิธีการรักษาโรคความดันโลหิตสูง            คุณจะต้องได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีโดยการพบแพทย์ในโรงพยาบาลเพื่อวินิจฉัยโรคให้ชัดเจนว่าคุณเป็นโรคความดันโลหิตสูง หลังจากนั้นแพทย์ก็จะจ่ายยาให้คุณกลับมาทานและดูอาการที่บ้านหลังจากนั้นคุณจะต้องเปลี่ยนที่การใช้ชีวิตใหม่ด้วยการดูแลตัวเองและสังเกตอากาศเพื่อให้สุขภาพของคุณเหมาะสม แนวทางการป้องกัน           คุณจะต้องมีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และ เลือกอาหารที่มีค่าของเกลือต่ำ หรือ อาหารที่เค็มน้อย ลดควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม งดสูบบุหรี่ งดดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เพื่อเสริมภูมิต้านทานของร่างกาย …