ผู้สูงอายุ จะมีปริมาณเพิ่มขึ้นตามลำดับอย่างประเทศไทย

ด้วยในปัจจุบันและในอนาคตไม่ช้าจะมี ผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ของประเทศไทย ด้วยความเจริญก้าวหน้าทางการแพทย์และสาธารณสุข ที่ทำให้ประชากรมีอายุยืนยาวมากขึ้น และกลุ่มคนในวัยเด็กมีน้อยลงเนื่องจากประชากรส่วนใหญ่นิยมมีลูกแค่คนเดียว โดยผู้สูงอายุนี้จะมีปริมาณเพิ่มขึ้นตามลำดับอย่างประเทศไทยก็มีความตื่นตัวและเตรียมการเพื่อรองรับในการดูแลประชากรกลุ่มนี้ให้มีสุขภาพกายสุขภาพใจที่ดี ด้วยการเปลี่ยนแปลงของร่างกายของผู้สูงอายุ มีลักษณะค่อยเป็นค่อยไปและเป็นการเปลี่ยนแปลงในการเสื่อมสภาพการทำงานของระบบร่างกายต่างๆ ทำให้ ผู้สูงอายุ อาจจะมีระบบอวัยวะต่างๆที่เสื่อมลง และอาจจะทำให้เกิดอาการหลงหลงลืมลืม อัลไซเมอร์หรือปัญหาโรคเรื้อรังต่างๆทั้งยังมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นภาวะซึมเศร้าวิตกกังวลและความรู้สึกสิ้นหวังตัวเอง คิดว่าเป็นภาระเป็นภาระซึ่งปัญหานี้มักจะได้รับการละเลยเป็นส่วนมาก โดยคนในครอบครัว อาจจะคิดว่าผู้สูงอายุคิดมากฟุ้งซ่านไปเอง เรียกร้องความสนใจซึ่งในความเป็นจริงอาการเหล่านี้ อาจจะเป็นภาวะเจ็บป่วยอย่างหนึ่ง ที่เป็นอาการเจ็บป่วยทางใจที่ต้องการคนดูแลช่วยเหลือและทำความเข้าใจ ซึ่งการดูแลสุขภาพในวัยที่จะก้าวเข้าสู่ผู้สูงอายุนั้น จะต้องมีการเตรียมพร้อมสำหรับตัวเอง สร้างความสุขที่มี ไม่ว่าจะเป็นสุขสบายต้องมีการออกกำลังกายดูแลร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ สุขสนุกโดยทำกิจกรรมที่ก่อให้เกิดอารมณ์เป็นสุขมีคุณภาพที่ดีขึ้น ผู้สูงอายุ ซึ่งประชากรกลุ่มใหญ่ของประเทศไทย อย่างการไปร่วมกันออกกำลังกายของผู้สูงอายุ หรือการมีความชำนาญในอาชีพต่างๆอาจจะเข้าไปสอนคนรุ่นหลังในด้านวิชาชีพที่ตนเองมีความชำนาญ สุขสง่าคือการเห็นค่าและความภาคภูมิใจในตัวเอง ในการช่วยเหลือสังคมมีส่วนร่วมกับกิจกรรมต่างๆและสุขสว่างมีความจำดีจัดการสิ่งต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสุดท้ายสุขสงบรับรู้ความรู้สึกตนเองสามารถจัดสรรสภาวะอารมณ์ต่างๆนี้ได้ ซึ่งจะทำให้การเข้าสู่วัยผู้สูงอายุได้อย่างมีประสิทธิภาพ  สำหรับคนรุ่นหลังจำเป็นจะต้องคิดอยู่เสมอ ว่าเมื่อถึงเวลาหนึ่งเราก็จะก้าวสู่ผู้สูงอายุเช่นกัน จำเป็นจะต้องดูแลตอบแทนเพื่อให้ท่านสุขสบายให้มากที่สุด ถือได้ว่าครอบครัวของตัวผู้สูงอายุเองจะมีบทบาทอย่างยิ่ง ความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญ และการดูแลอย่างดีเอื้ออาทรถือได้ว่าเป็นภารกิจของครอบครัว และเป็นวัฒนธรรมที่ดีงามในการมีความกตัญญูกตเวทีต่อผู้ที่เลี้ยงดูตนเองมา เพื่อเป็นการมอบความสุขให้ผู้สูงอายุได้มีความสุขในการใช้ชีวิตในบั้นปลายอย่างมีคุณภาพ การดูแลอย่างเข้าใจและเอาใจใส่คือสิ่งที่ควรทำมากที่สุด

ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ กับ 4 ข้ออ้างที่ต้องกำจัดทิ้งหากต้องการออกกำลังกาย

การออกกำลังกายเป็นการสร้างเสริมสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงที่สามารถทำได้ง่ายและทำได้ตลอดเวลา ทว่าในเชิงปฏิบัติแล้วถือว่ายากมากเพราะปัจจุบันผู้คนได้สร้างข้ออ้างต่าง ๆ ขึ้นมาเพื่อที่จะไม่ออกกำลังกายนั่นเอง แน่นอนว่านี่เป็นเรื่องปกติที่ใครหลายคนประสบและเป็นสาเหตุให้เลิกล้มความตั้งใจในการออกกำลังกายไปดื้อ ๆ มาดูกันดีกว่าว่าข้ออ้างต่าง ๆ เหล่านี้ที่หลายคนมีคืออะไรบ้าง 4 ข้ออ้างที่ต้องกำจัดทิ้งหากต้องการที่จะ ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ 1. ไม่มีเวลา – ข้ออ้างที่ต้องกำจัดทิ้งหากต้องการที่จะ ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ข้ออ้างอันดับแรก ๆ ที่ทำให้ผู้คนไม่ประสบความสำเร็จในการออกกำลังกายคือคำว่า ไม่มีเวลา ทั้งนี้หลายคนอาจจะทำงานหนัก พอกลับบ้านก็ไม่อยากที่จะทำอะไรที่ต้องขยับตัวมาก ๆ อย่างการออกกำลังกายแล้ว วิธีแก้คือขยับตัวลุกจากที่นั่งประจำในออฟฟิศบ่อย ๆ หรือใช้วิธีการออกกำลังกายขณะนั่งต่าง ๆ หรือเอาดัมเบลไว้ที่โต๊ะทำงานไปเลย เหล่านี้จะทำให้สามารถออกกำลังกายขณะที่ทำงานได้ 2. ขี้เกียจ – ข้ออ้างที่ต้องกำจัดทิ้งหากต้องการที่จะออกกำลังกายเพื่อสุขภาพคำนี้ถือเป็นคำต้องห้ามเลยล่ะถ้าอยากจะออกกำลังกาย หากคุณมีเวลาในการดูซีรีส์ เล่นเกม หรือนอนอ่านนิยายแล้วล่ะก็เพียงเปลี่ยนกิจกรรมที่ทำเป็นกิจกรรมที่สามารถขยับตัวไปด้วยก็สามารถทำให้ได้ออกกำลังกายมากขึ้นได้ เช่นการเล่นเกม VR หรือ Ringfit ที่เราสามารถขยับตัวได้ด้วยขณะที่เล่นเกม ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ หลายคนพออายุมากก็จะบ่นว่าไม่สามารถออกกำลังกายได้ 3. อายุที่มากขึ้น – ข้ออ้างที่ต้องกำจัดทิ้งหากต้องการที่จะออกกำลังกายเพื่อสุขภาพหลายคนพออายุมากก็จะบ่นว่าไม่สามารถออกกำลังกายได้ ออกกำลังกายไม่ไหว หรือยึดติดกับสภาพร่างกายแต่ก่อนว่าจะแข็งแรงหรือมีระบบเผาผลาญที่ดีดั่งเดิมซึ่งจริง ๆ แล้วตรงข้ามกันทั้งสิ้น ยิ่งอายุมากยิ่งต้องใส่ใจสุขภาพโดยการออกกำลังกายมากขึ้น อย่างน้อยควรออกกำลังกายอาทิตย์ละสองวันหรือมากกว่านั้นเพื่อให้ร่างกายและสมองได้ผ่อนคลายยืดเส้นยืดสายบ้าง …

คุณแม่ตั้งครรภ์ ก็สุขภาพดีได้ รวม 4 ข้อออกกำลังกายต้องรู้

สำหรับ คุณแม่ตั้งครรภ์ เป็นครั้งแรกคงมีข้อสงสัยอยู่ในหัวมากมายเกี่ยวกับการออกกำลังกายว่าเราสามารถออกกำลังได้ไหมนะ? แล้วออกกำลังแค่ไหนถึงจะพอดีไม่กระทบกระเทือนลูกน้อยที่อยู่ในครรภ์ และถ้าถึงวันที่ไม่สามารถออกกำลังกายได้ตามปกติแล้วเรายังสามารถทำอะไรเพื่อเป็นการยืดเส้นสายได้อีกไหม แน่นอนว่ามีเรื่องร้อยแปดให้กังวลไปหมดเพราะเรายังไม่มีประสบการณ์มาก่อน ติดตามต่อในบทความสุขภาพดี คุณแม่สามารถออกกำลังได้ไหม ? การจะออกกำลังกายสำหรับ คุณแม่ตั้งครรภ์ นั้นสามารถออกได้ แต่จำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากกว่าเดิมอย่างมาก อีกทั้งยังต้องเปลี่ยนชนิดและปรับความแรงของการออกกำลังให้น้อยลง รวมถึงยังต้องย่นระยะเวลาออกกำลังกายให้สั้นลงเพื่อไม่ให้กระทบต่อครรภ์มากเกินไปค่ะ ซึ่งวันนี้เราได้นำทิปเล็ก ๆ ที่จะช่วยไกด์ให้การออกกำลังของคุณแม่ราบลื่นขึ้นมาฝากกันค่ะ ไม่ออกกำลังกายหักโหม ในตอนที่ยังไม่ท้องเราอาจเป็นคนรักสุขภาพสายฮาร์ดคอร์ที่มักเลือกชนิดการออกกำลังที่ค่อนข้างหักโหมอย่าง ไตรกีฬา วิ่งเทรล หรือเวทเทรนนิ่งด้วยน้ำหนักมาก ๆ แต่เมื่อเรามีลูกน้อยอยู่ในครรภ์ การออกกำลังกายที่แนะนำ คือการออกกำลังที่ชีพจนเต้นไม่เร็วเกิน 120 ครั้งต่อนามี หรือให้ลองสังเกตจากความเหนื่อยของตัวเองก็ได้เช่นกัน หากคุณแม่เริ่มรู้สึกหายใจไม่ทันระหว่างออกกำลังกาย นั่นแสดงว่าคุณแม่ได้หักโหมเกินไปแล้วนะคะ เลือกออกกำลังกายแบบ Low Impact สำหรับ คุณแม่ตั้งครรภ์ การออกกำลังแบบ Low Impact คือการออกกำลังที่ไม่มีแรงกระแทก ในขณะออกกำลังกาย คุณแม่ตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงให้การออกกำลังกายที่ทำให้ครรภ์กระทบกระเทือน อย่าง กระโดดเชือก ปั่นจักรยาน แบดมินตัน วิ่ง รวมถึงการออกกำลังที่ต้องเกร็งหน้าท้องอย่างบอดี้เวทบางท่า เช่น แพลงก์ หรือซิทอัพ แต่ให้เปลี่ยนมาเป็นการเดิน เล่นโยคะบางท่า ว่ายน้ำ …

ผักต้านมะเร็ง ที่ทำให้ร่างกายแข็งแรงด้วยการทานผักเหล่านี้

ผักต้านมะเร็ง แน่นอนว่าการทานผักนั้นส่งผลดีต่อสุขภาพของเรา แต่ประโยชน์ของผักที่มากกว่านั้น คือช่วยป้องกันโรคภัยไข้เจ็บให้กับร่างกายของเรา อย่างเช่นโรคมะเร็งที่เป็นความอันตรายต่อร่างกายเป็นอย่างมาก เราจึงต้องดูแลสุขภาพให้ดีอยู่เสมอ ซึ่งมีผักหลายๆชนิดที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง แล้วยังมาพร้อมกับการบำรุงสุขภาพด้านอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย ซึ่ง ผักต้านมะเร็ง แต่ละอันนั้นก็หาได้ง่ายๆ แถมยังทำอาหารได้หลากหลาย ติดตามต่อในบทความสุขภาพดี มะระขี้นก แม้จะมีรสขมจนบางคนอาจไม่ค่อยชอบทาน แต่บอกเลยว่ามะระขี้นกเป็นผักที่เต็มไปด้วยประโยชน์หลากหลายอย่าง หนึ่งในนั้นก็คือ สารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยในการยังยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง โดยเฉพาะเซลล์เกี่ยวกับมะเร็งตับอ่อน มะเร็งลำไส้ รวมถึงมะเร็งสมอง นอกจากนี้การทานมะระขี้นกก็ยังมีวิตามินเอบำรุงในปริมาณสูง และมีส่วนช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติ กะหล่ำปลี ทั้งกะหล่ำปลีสีม่วงและสีเขียว โดยที่กะหล่ำปลีนั้นอุดมไปด้วยแร่ธาตุสำคัญในการต้านอนุมูลอิสระ เพื่อต่อต้านการเกิดมะเร็ง มีผลโดยเฉพาะสำหรับมะเร็งลำไส้ มะเร็งตับ รวมถึงมะเร็งต่อมลูกหมาก และในส่วนของกะหล่ำปลีสีม่วงที่โดดเด่นด้วยสารแอนโทไซยานิน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีอย่างหนึ่งเลย แครอท อีกหนึ่ง ผักต้านมะเร็ง ที่ทานงานรสชาติอร่อย ผักสีส้มสดใสนี้ก็มีส่วนช่วยในการต้านมะเร็งได้ดีเลย เพราะมีสารอาหารสำคัญอย่าง เบต้าแคโรทีน ช่วยต่อต้านการเกิดอนุมูลอิสระภายในร่างกาย ป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์ต่างๆ โดยมีช่วยปกป้องการเกิดมะเร็งปอดได้ดีเลยทีเดียว เป็นผักที่ทานได้หลากหลายทั้งเป็นอาหารและทำเครื่องดื่มผสมกับวัตถุดิบอื่นๆ ใบบัวบก ไม่เพียงแค่แก้อาการช้ำในหรือบำรุงผิวพรรณ ใบบัวบกก็ยังมีส่วนสำคัญต่อการป้องกันโรคมะเร็งได้ ด้วยความมีปริมาณของสารแอนติออกซิเดนท์อยู่สูง จึงมีส่วนช่วยในการยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งได้ กะเพรา โดยมีทั้งวิตามินเอ เบต้าแคโรทีน ฟอสฟอรัส และสารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆ …

ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่กำลังจะเข้าสู่วัยของผู้สูงอายุแล้วก็สามารถที่จะเข้ามาศึกษาและวางแผนการดำเนินชีวิตได้

อายุที่เพิ่มมากขึ้น มักมาพร้อมกับโรคต่าง ๆ ตามมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหากระดูกเสื่อม กล้ามเนื้อไม่ค่อยมีแรง การเดินแต่ละครั้งจึงต้องมีความระมัดระวังเป็นพิเศษ กระดูก ข้อ เข่า คือ สิ่งที่สำคัญสำหรับการพยูงร่างกายของ ผู้สูงอายุ เอาไว้ หากดูแลไม่ดีการใช้ชีวิตในวันข้างหน้าก็จะยิ่งมีความลำบากมากขึ้น ในวันนี้เราจึงมีเทคนิคดีดีมาให้กับคุณลุง คุณป้า คุณตา คุณยายในวัยสูงอายุ และลูกหลานที่คอยดูแลท่านเกี่ยวกับการใช้ชีวิตให้มีคุณภาพในวัยสูงอายุต้องปฏิบัติอย่างไรติดตามได้ในบทความสุขภาพดี             การดูแลตัวเองตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่กำลังจะเข้าสู่วัยของผู้สูงอายุแล้วก็สามารถที่จะเข้ามาศึกษาและวางแผนการดำเนินชีวิตของตนเองไว้ก่อนได้นะคะ จะได้มีชีวิตในวัยสูงอายุอย่างมีคุณภาพ โดยที่คุณหมอได้ให้คำแนะนำถึงการดูแลตัวเองในเรื่องของการ การรับประทานอาหาร แนะนำให้ผู้สูงอายุหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสจัด ไม่ว่าจะเป็นรสหวานจัด เค็มจัด หรือเปรี้ยวจัด เพราะจะส่งผลต่อสุขภาพของผู้สูงอายุ เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ถูกหลัก และรับประทานอาหารให้ครบทั้งห้าหมู่ การดื่มน้ำสะอาดระหว่างวันในปริมาณที่เพียงพอ รวมถึงการรับประทานแร่ธาตุ และเกลือแร่อยู่สม่ำเสมอ เลือกรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง เพื่อนำไปบำรุงกระดูกเสริมสร้างให้กระดูกมีความแข็งแรง ลดความเสี่ยงการเป็นโรคกระดูกเสื่อมในวัยสูงอายุ อาหารที่มีแคลเซียมสูงที่ผู้สูงอายุควรรับประทาน คือ นม ทั้งนมวัวและนมถั่วเหลือง เลือกรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย และมีความเป็นกากใยอาหารสูง เพื่อระบบขับถ่ายที่ดี ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เลือกออกกำลังกายที่เหมาะกับวัย เช่น การเดิน เพียงแค่วันละ 1 – …

โรคซึมเศร้า ในเด็กไม่ใช่เรื่องไกลตัว ภัยร้ายใกล้ตัวลูกหลาน

เรามักจะเห็นข่าวสารต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะข่าวสารบ้านเมือง, ข่าวกีฬา, ข่าวทั่วไป รวมไปถึงข่าวที่มีเด็กฆ่าตัวตายจากความเครียดหรืออาการของ โรคซึมเศร้า ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าหดหู่และเศร้าใจเป็นอย่างมาก การฆ่าตัวตายจากความเครียด ความกดดัน ความวิตกกังวล หรือ โรคซึมเศร้า เป็นปัญหาใหญ่มากระดับหนึ่งก็ว่าได้ ไม่เพียงแค่ในประเทศไทยเพียงเท่านั้น ติดตามต่อในบทความสุขภาพดี แต่ยังมีอีกหลายประเทศที่ยังมีข่าวดังกล่าวออกมาอย่างต่อเนื่อง เช่น ประเทศญี่ปุ่น, ประเทศเกาหลี, ประเทศจีน เป็นต้น โดยสาเหตุสำคัญมักจะมาจากความเครียดจากการเรียนหนังสือ ด้วยแรงกดดันที่มากมายจากคนรอบข้างหรือสิ่งที่ควรจะเป็นกำลังใจหรือพลังสำคัญให้กับพวกเขา นั่นคือ ครอบครัว ที่อาจจะมีความต้องการหรือความคาดหวังที่มากเกินไปจนทำให้เด็กๆมีความเครียดเกิดขึ้น เมื่อความเครียด ความวิตกกังวล มีเสียงที่สะท้อนในหัวตลอดเวลาหรือความคิดที่ย้ำๆอยู่เสมอ อาจจะส่งผลให้เกิดสภาวะของโรคซึมเศร้าก็ได้ ซึ่งโรคซึมเศร้านั้นเป็นสิ่งที่น่ากลัวและคนหลายคนมักจะเข้าใจผิดอยู่เกี่ยวกับโรคนี้                โรคซึมเศร้าเป็นอาการที่จากความผิดปกติของการหลั่งสารเคมีในสมอง ทำให้เกิดอาการเครียด วิตกกังวล อาจนำไปสู่การคิดที่จะฆ่าตัวตายได้ หลายๆคนมักจะคิดว่าโรคซึมเศร้าเป็นอาการที่เราเพียงแค่รู้สึกเศร้าด้วยตนเอง แต่จริงๆเพราะสารเคมีในสมองมีความผิดปกติทำให้เราเกิดเหล่านั้นขึ้นมา ร่วมด้วยกับคนรอบข้างที่คิดว่าเราสามารถหายได้ด้วยตนเอง โรคซึมเศร้า นั้นเป็นสิ่งที่น่ากลัวและคนหลายคนมักจะเข้าใจผิดอยู่เกี่ยวกับโรคนี้ แต่ความเป็นจริงนั้นสามารถหายด้วยตนเองได้ แต่ค่อนข้างยากมากๆ ทำให้หลายคนๆจะต้องไปรักษาและปรึกษาจิตแพทย์ ซึ่งใครหลายคนที่เป็นโรคซึมเศร้าไม่กล้าที่จะไปพบจิตแพทย์ เพราะสังคมที่มักจะติดภาพว่าการไปพบจิตแพทย์คือ เป็นบ้าหรือโรคจิต แต่ไม่จริงเลย เพราะจิตแพทย์ คือแพทย์ที่สามารถช่วยรักษาอาการต่างๆที่เกี่ยวกับสภาพจิตใจต่างๆ                สิ่งที่จะช่วยเยียวยาให้พวกเขาไม่เครียด ไม่วิตกกังวล ไม่เป็นโรคซึมเศร้าซึ่งนำไปสู่การฆ่าตัวตายได้นั้น ก็คือ …

เรื่องราวที่ดี และ เรื่องราวที่แย่ปะปนกันไป แต่เชื่อหรือไม่ว่ามนุษย์เราเลือกที่จะจำเรื่องราวที่แย่มากกว่า

บทความสุขภาพดีวันนี้แน่นอนว่าในทุกวันที่ผ่านมารวมถึงวันที่กำลังจะมาถึงจะต้องมีทั้ง เรื่องราวที่ดี และเรื่องราวที่แย่ปะปนกันไป แต่เชื่อหรือไม่ว่ามนุษย์เราเลือกที่จะจำเรื่องราวที่แย่มากกว่าเรื่องราวดี ๆ ลองสังเกตได้ตอนที่อกหักเรามักจะไม่ลืมคนที่ มาหักอกเราแน่นอนว่าใช้เวลานานมากกว่าจะลืมหรือหลายคนก็ไม่เคยลืมเพราะฝั่งใจ  ซึ่งนั่นก็อาจจะเป็นคนที่ไม่ได้ดีกับเรามากเท่าไหร่อาจจะเป็นคนที่ทำร้ายเรา แต่เราก็เลือกที่จะจดจำเขาไม่คิดที่จะลืม เช่นเดียวกันหากว่าเราเกิดเรื่องราวที่แย่อะไรในชีวิตเราก็มักจะซ้ำเติมตัวเองว่าฉันไม่ดีพอฉันทำไม่ได้และเรื่องราวเหล่านั้นก็อาจจะฝังอยู่ในความทรงจำของเรา ในทางตรงกันข้ามเราหลายคนไม่เคยแม้กระทั่งที่จะจำวันเกิดของแฟนตัวเองหรือวันเกิดของคนที่เรารัก ถึงแม้ว่าในช่วงแรกจะจดจำทุกรายละเอียด. แต่เมื่อเวลาผ่านไปรายละเอียดเหล่านั้นก็เริ่มเลือนหายไปตามเวลา จนบางครั้งเราก็ลืมมันเป็น เรื่องราวที่ดี ที่ควรจำแต่เรากลับลืม บนโลกนี้มีเรื่องราวที่ดีอีกมากมายซึ่งเราได้เคยทำมันมาแต่เรากลับไม่เคยนึกถึงมัน เราเคยสอบผ่านมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนแต่เรากลับไม่เคยยินดีกับตัวเองในวันที่เราสอบผ่าน แต่ในทุกครั้งที่เกิดเรื่องราวที่แย่เช่นการสอบตกเรากลับโทษตัวเองนับครั้งไม่ถ้วน มันจะดีแค่ไหนกันถ้าหากเราเลือกจำเรื่องราวดี ๆ ในชีวิตเพื่อทำให้ชีวิตมีความสุขและลืมเรื่องราวร้าย ๆ ที่เกิดขึ้นกับเราแล้วปล่อยมันเป็นเพียงแค่บทเรียนที่เคยผ่านมา เรื่องราวที่ดี ที่ควรจำแต่เรากลับลืม ถ้าหากว่าทำได้เราจะกลายเป็นคนที่รักตัวเองได้มากขึ้นและมีคนอื่นรักเรามากขึ้นอย่างแน่นอน และคนที่คิดบวกและมีพลังงานในทางบวกมากจะกลายเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ เพราะจะเป็นคนที่เรียนรู้จากเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วและมีสติอยู่กับปัจจุบัน เราทุกคนอยากมีความสุขแต่เรื่องความคิดเป็นเรื่องที่ต้องฝึกฝน เมื่อเราฝึกฝนในการเลือกจำสิ่งต่าง ๆ เราก็สามารถเลือกชีวิตของเราได้

คำคม (Quote) ปรับความคิดชีวิตเปลี่ยนสุขภาพใจเลิศ

คำคม (Quote) หรือคำพูดเจ๋งๆ มักจะสะดุดตาเมื่อคุณกำลังอินหรืออยากได้กำลังใจในการทำเรื่องใดเรื่องหนึ่งให้สำเร็จ  และคุณมักจะพบเห็น คำคม (Quote) จากหนังสือหรือบล็อกในอินเตอร์เนทที่คุณอ่านหรือคำคม (Quote) ที่แปะไว้ในร้านหนังสือร้านกาแฟเก๋ๆ ที่คุณไปเป็นประจำ  คำคม (Quote) เหล่านั้นถ้าคุณนำมาคิดหรือวิเคราะห์อาจช่วยปรับความคิดและมุมมองของชีวิตคุณเปลี่ยนไป  แล้วคำคม (Quote) ต่างๆ จะมาปรับความคิดเปลี่ยนชีวิตของคุณได้อย่างไร  หลักการง่ายๆ เหมือนกับคุณดูโฆษณาทางทีวี เมื่อคุณเห็นบ่อยๆ ซ้ำๆ ในโฆษณาชิ้นนั้น คุณก็อยากลองมาเปลี่ยนใช้หรือลองชิมสินค้าในโฆษณาชิ้นนั้น  หากคุณอยากปรับความคิดพัฒนาอีคิวให้มีสุขภาพใจที่แข็งแรงเพื่อรับมือกับปัญหาต่างๆ คุณควรรู้จักคำคม (Quote) สักสองสามประโยคตามข้างล่างนี้ Did you smile today? วันนี้คุณยิ้มหรือยัง?  อาจเป็น คำคม (Quote) ง่ายๆ แต่ทุกคนชอบลืมทำ  คุณควรมีคำคม (Quote) นี้แปะไว้หน้ากระจกที่คุณจะส่องใบหน้าก่อนออกจากบ้านเพื่อเรียกรอยยิ้มของคุณและปรับความคิดของคุณในทุกเช้าให้เป็นเช้าที่สดใส Dream Big – Work Hard  มีความฝันอันยิ่งใหญ่ต้องทำงานหนัก  เป็นคำคม (Quote) ที่ช่วยเตือนใจสำหรับคุณที่มีความฝันอันยิ่งใหญ่ และช่วยปรับความคิดของคุณที่ทำงานหนักอยู่ตอนนี้ บางครั้งอาจมีความเหนื่อยหรือท้อแท้ระหว่างทางก่อนที่จะความฝันอันยิ่งใหญ่ของคุณจะสำเร็จและเป็นจริง อย่าลืมแปะคำคม (Quote) นี้ไว้ที่โต๊ะทำงานของคุณนะค่ะ …

ทำไมวัยรุ่นไทยถึงเป็นโรคซึมเศร้า ปัจจัยที่ส่งผลต่อ สุขภาพจิตในวัยรุ่น ไทย 2020

สุขภาพจิตในวัยรุ่น วัยรุ่นทั่วโลกต่างประสบอยู่ในปัญหาเดียวกันคือ ปัญหาโรคซึมเศร้า ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเกิดจากปัจจัยภายนอกมากกว่าปัญหาเคมีในสมอง เนื่องจากเด็กวัยรุ่นอายุราว ๆ 18 – 25 เป็นวัยที่อยู่ในช่วงการเปลี่ยนสภาพแวดล้อมต่าง ๆ จากการที่มีพ่อแม่ดูแลต้องมาอยู่เพียงคนเดียว ใช้ชีวิตของตัวเอง ทั้งยังต้องอยู่ในสังคมที่มีการแข่งขันสูงอีก ทำให้เด็กในวัยนี้มีโอกาสสูงที่จะเป็นโรคซึมเศร้าได้ง่าย ทำไมวัยรุ่นไทยถึงเป็นโรคซึมเศร้า ปัจจัยที่ส่งผลต่อสุขภาพจิตในวัยรุ่นไทย 2020 สุขภาพจิตในวัยรุ่น สามารถทำให้เป็นโรคซึมเศร้า ได้ ทำไมวัยรุ่นไทยถึงเป็นโรคซึมเศร้า ปัจจัยที่ส่งผลต่อสุขภาพจิตในวัยรุ่นไทย 2020 จากผลการสำรวจเมื่อปี 2018 – 2019 จากวัยรุ่นไทยที่โทรไปขอคำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาชีวิตที่เบอร์ 1323 พบว่ามีเด็กวัยรุ่นโทรเพื่อรับคำปรึกษามากกว่าปีก่อนพอสมควรเลยทีเดียว อาจเป็นเพราะเด็กรุ่นใหม่รู้จักตัวเองมากขึ้นและรู้ถึงการเข้าถึงวิธีการรักษาต่าง ๆ รวมถึงเบอร์ติดต่อที่สามารถให้คำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ ได้ ที่จริงเด็กวัยนี้อาจไม่ต้องการวิธีแก้ปัญหาแต่ต้องการให้มีใครสักคนรับฟังเรื่องราวของตัวเองมากกว่า จากสายที่โทรมาปรึกษาทำให้ทราบว่าปัญหาซึมเศร้าที่เกิดจากเด็กในวัยนี้ 60% เกิดจากปัญหาครอบครัว ความสัมพันธ์ในครอบครัวแตกแยก 32% เกิดจากปัญหาทางหน้าที่การงานและความรับผิดชอบที่มากขึ้น 7% เกิดจากปัญหาการถูกกลั่นแกล้างจากเพื่อนหรือกลุ่มคนในสังคม และอีก 1% เกิดจากปัจจัยอื่น ๆ ทำไมวัยรุ่นไทยถึงเป็นโรคซึมเศร้า ปัจจัยที่ส่งผลต่อสุขภาพจิตในวัยรุ่นไทย 2020 ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อเด็กวัยรุ่นไทยมากที่สุดคือปัญหาครอบครัว หากครอบครัวแตกแยก มีปัญหาความรุนแรง …

อยู่กับคนเห็นแก่ตัวและร้ายกาจอย่างไรให้ สุขภาพใจ เป็นสุข

สุขภาพใจ การรวมตัวกันเป็นสังคมทำให้เราต้องเผชิญหน้ากับผู้คนหลากหลายประเภททั้งคนดีมีน้ำใจ หรือคนเห็นแก่ตัวและร้ายกาจ ถึงแม้คุณพยายามหลีกเลี่ยงคนเห็นแก่ตัวและร้ายกาจอย่างไร  แต่พวกเขาก็แฝงตัวอยู่ในเพื่อนร่วมงานของคุณบ้าง เป็นลูกค้าหรือเจ้านายที่คุณต้องร่วมงานด้วย ซึ่งทุกครั้งที่เจอก็ทำให้สุขภาพใจของคุณย่ำแย่  เรามาหาวิธีที่จะอยู่กับพวกเขาเหล่านั้นอย่างเป็นสุขและมีสุขภาพใจที่แข็งแรงกันเถอะ สุขภาพใจ อยู่กับคนเห็นแก่ตัว ต้องทำตัวอย่างไร คุณควรมีระยะห่างกับคนเห็นเห็นตัวและร้ายกาจ  เพราะถ้าอยู่ใกล้กันก็อาจทำให้คุณหงุดหงิดใจหรือกระทบกระทั่งกันจนมีเรื่องและส่งผลต่อสุขภาพใจของคุณให้ตึงเครียด  ทางที่ดีอยู่ห่างๆ กันไว้ดีกว่าเพื่อให้สุขภาพใจของคุณเบิกบานและแจ่มใส คุณควรหัดปล่อยวางในพฤติกรรมต่างๆ ของคนเห็นแก่ตัวและร้ายกาจ  พยายามทำความรู้จักและเข้าใจตามสภาพความเป็นจริงของพวกเขา อย่าคาดหวังว่าพวกเขาจะเป็นหรือทำในแบบที่คุณพึงพอใจ เพื่อลดความโกรธเกลียดต่อพวกเขาซึ่งเป็นผลดีต่อสุขภาพใจของคุณเป็นอย่างมาก คุณควรส่งสัญญาณเตือนหรือบอกคนเห็นแก่ตัวและร้ายกาจพวกนั้นว่า  คุณขีดเส้นไว้ที่ตรงไหนหรือแค่ไหน เพื่อไม่ให้พวกเขามาล้ำเส้นหรือเอาเปรียบคุณมากจนเกินไป  เพราะการยอมให้คนพวกนั้นเอาเปรียบคุณไปทุกเรื่องเป็นการสะสมความเครียดและรบกวนต่อสุขภาพใจของคุณ ในช่วงแรกอาจเป็นเรื่องยากที่คุณต้องนิ่งและอดทนต่อพฤติกรรมของคนเห็นแก่ตัวและร้ายกาจพวกนั้น  แต่เมื่อคุณปฏิบัติได้จนเป็นผลสำเร็จจะส่งผลดีต่อสุขภาพใจของคุณให้บรรเทาเบาบางความโกรธและความรำคาญใจต่อคนพวกนั้น  เพราะคุณไม่สามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนอื่นได้ นอกจากหันมาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงพัฒนาตนเองให้ดียิ่งขึ้น  หาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บ สุขภาพดี บทความและข่าวสารอื่นๆ ข้อมูลสุขภาพอื่นๆ “ออกกำลังกาย” ก่อนนอน ช่วย “นอนหลับ” ได้ง่ายขึ้น จริงหรือ?