หลับใน ขณะขับรถกลับบ้านก่อนขึ้นปีใหม่ ที่คุณเองห้ามพลาด

แนะนำ 3 วิธีป้องกันการขับรถกลับบ้านแบบ หลับใน ก่อนขึ้นปีใหม่ ที่คุณเองห้ามพลาด ช่วงเวลาท้ายปีแบบนี้เป็นช่วงเวลาที่ใครหลายคนก็มักจะมีแผนที่จะเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัดหรือกลับภูมิลำเนา หรือบางคนก็อาจจะยุ่งอยู่กับการทำงานขับรถส่งของในระยะทางที่ไกลในเวลากลางคืน ดังนั้นการกระทำแบบนี้ถือเป็นการกระทำที่ทำให้สุขภาพร่างกายของคุณนั้นแย่ลง ซึ่งอาจทำให้คุณเกิดอุบัติเหตุในขณะขับรถได้ สำหรับวันนี้นักเขียนกลับมาคบกับเพื่อนๆชาวสุขภาพกันอีกครั้งก็อยากจะมาแนะนำเคล็ดลับดีๆ 3 วิธีป้องกันการขับรถ หลับใน ในขณะที่คุณกำลังจะขับรถกลับบ้านก่อนวันขึ้นปีใหม่นี้ ง่ายๆ ด้วยการวางแผนสุขภาพเพียงไม่กี่นาที ถ้าหากเพื่อนๆคนไหนจะต้องขับรถเดินทางไกลกับบ้านในช่วงนี้ก็ลองนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปลองปรับใช้กันดูนะขณะขับรถนะคะ พักผ่อนให้เป็นเวลา ข้อนี้สำคัญอย่างมากค่ะถ้าหากว่าคุณรู้ตัวว่าอีก 1-2 วันนั้นจะต้องเดินทางกลางคืนและขับรถตลอดทั้งวันก็ควรที่จะมีการวางแผนการนอนหลับเพื่อให้พักผ่อนให้เพียงพอและทำให้ร่างกายของคุณไม่รู้สึกอ่อนเพลียในขณะที่คุณกำลังขับรถค่ะ วิธีนี้จะช่วยป้องกันการหลับในได้ถึง 95 เปอร์เซ็นต์เลยนะคะ อีกทั้งยังไม่ทำให้คุณเสียปัญหาด้านสุขภาพด้วยค่ะ งดดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือกาแฟก่อนออกเดินทางป้องกันการ หลับใน มักมีความเชื่อผิดๆว่าถ้าหากจะเดินทางและอยากจะขับรถกลางคืนก็ควรที่จะดื่มกาแฟเพื่อที่จะอยู่ให้ถึงกลางคืนนั่นเองค่ะ แต่ความจริงแล้วคุณควรที่จะนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอก่อนที่จะออกเดินทางหรือจอดรถนอนถ้าหากมีอาการง่วงเพื่อป้องกันการหลับในและการเกิดอุบัติเหตุในขณะขับรถค่ะ โดยการดื่มเครื่องดื่มประเภทนี้อาจจะมีผลข้างเคียงเช่นทำให้คุณรู้สึกใจสั่นซึ่งก็จะเกิดอันตรายได้ค่ะ ศึกษาเส้นทางก่อนออกเดินทาง ข้อนี้หมายความว่าถ้าหากคุณจะออกเดินทางไปต่างจังหวัดก็ควรที่จะมีการศึกษาเส้นทางก่อนที่จะออกไปเช่นลองศึกษาว่าในระหว่างทางนี้มีจุดพักรถที่ไหนบ้างหรือมีปั๊มน้ำมันที่ไหนบ้างที่สามารถพักรถเพื่อจอดหลับนอนได้ โดยข้อนี้ก็เพื่อป้องกันการหลับในของคุณในระหว่างที่คุณกำลังขับรถซึ่งจะทำให้คุณเกิดอุบัติเหตุนั้นเองค่ะ โดยจะทำให้คุณรู้ว่าสถานที่ไหนสามารถจอดได้อย่างปลอดภัยเพื่อที่จะพักรถได้ค่ะ เป็นอย่างไรกันบ้างคะเพื่อนๆสำหรับ 3 วิธีป้องกันการหลับในที่นักเขียนได้นำมารวบรวมให้กับเพื่อนๆชาวเว็บสุขภาพได้รับชมกันในวันนี้หวังว่าก่อนขึ้นปีใหม่ปีนี้เพื่อนๆจะขับรถกลับบ้านกันได้อย่างปลอดภัยและไม่หลับในเลย และประสบอุบัติเหตุกันนะคะ อีกทั้งขอให้เพื่อนๆมีสุขภาพดีตลอดปีใหม่เลยค่ะ

กาแฟเห็ด มีสรรพคุณดีจริงเท่าที่โฆษณาหรือไม่ แล้วรสชาติจะเป็นอย่างไร

อีกหนึ่งเรื่องแชร์ที่เรามักจะเห็นในกลุ่มสุขภาพของผู้สูงอายุคือเรื่องสมุนไพรต่างๆ โดยเฉพาะช่วงนี้คงต้องบอกว่าเป็น กาแฟเห็ด ซึ่งอันที่จริงแล้วกาแฟชนิดนี้ผลิตมาจากเมล็ดกาแฟธรรมชาติตามปกติแล้วนำมาผสมเห็ดเพื่อให้เป็นจุดขาย แต่มันจะมีรสชาติเป็นอย่างไรกันนะ บางคนคงสงสัยอยู่ แล้วสรรพคุณที่ว่าดีนั้นจริงหรือหลอกกันแน่ กาแฟเห็ดคืออะไร กาแฟเห็ด คือกาแฟปกติที่ผสมสารสกัดจากเห็ด มีรสชาติที่ค่อนข้างใกล้เคียงกับกาแฟทั่วไป ซึ่งแนวคิดของผลิตภัณฑ์กาแฟเห็ดเกิดจากแพทย์แผนตะวันออก ในยาแผนจีนโบราณมีการใช้สารสกัดธรรมชาติ (Adaptagens) มานานแล้ว ดังนั้นการเพิ่มเห็ดในอาหารหรือเครื่องดื่มของคุณเพื่อเป็นแรงจูงใจด้านสุขภาพจึงไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาด เห็ดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดที่พบในกาแฟผสม ได้แก่ เห็ดหลินจือ เห็ดชากา เห็ดหัวลิงหรือเห็ดปุยฝ้าย เห็ดถั่งเช่า เห็ดที่ถูกนำมาใช้ในกาแฟเห็ดได้ผ่านกระบวนการอบแห้งและการสกัดมาแล้ว เพื่อดึงสารที่มีประโยชน์ออกมาผสมลงไปในกาแฟ กาแฟเห็ดดีต่อสุขภาพจริงหรือไม่ มีการโฆษณาสรรพคุณมากมายเกี่ยวกับ กาแฟเห็ด ได้แก่ นอนหลับดีขึ้น ลดความเครียด กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย บำรุงสมองและความจำ ให้ความรู้สึกกระปรี้กระเปร่า ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ลดการอักเสบ แต่…จริงหรือไม่? โดยทั่วไปแล้ว เห็ดมีประโยชน์มากมาย ทั้งยังมีสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งสามารถช่วยบำรุงระบบภูมิคุ้มกันได้ แต่ประโยชน์นั้นมาจาก “เห็ด” ส่วนกาแฟเห็ดยังไม่มีงานวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่าการอ้างสรรพคุณทั้งหมดเป็นความจริง ดังนั้นหากคุณไม่ต้องการใช้จ่ายไปกับการซื้อกาแฟเห็ดมาดื่มเพื่อสุขภาพ ควรหัดไปหาการนำเห็ดจริงๆ มาปรุงอาหารจะดีกว่า ข่าวดีก็คือ เห็ดทุกชนิดที่กินได้เต็มไปด้วยไฟเบอร์ วิตามิน และแร่ธาตุ ลองผสมเห็ดในอาหารมื้อต่างๆ ของคุณ ไม่ว่าจะเป็นต้ม ผัด แกง ทอด …

ความอยากอาหาร ของเราทำไมถึงเปลี่ยนไปเรื่อยเอาแน่เอานอนไม่ได้

ทำไมบางครั้งคุณรู้สึกเหมือนว่า ความอยากอาหาร เปลี่ยนได้ง่ายยิ่งกว่าสภาพอากาศเสียอีก วันหนึ่งอุตส่าห์ตั้งหน้าตั้งตากินคลีน มีโปรตีนเชคอยู่ในมือ แต่อีกวันก็อยากกินพิซซ่าชีสเยิ้มๆ จนต้องแอบเลื่อน Cheat Day ให้มาเร็วกว่าปกติ ตกค่ำยังย่องไปควักไอศกรีมในตู้เย็นมาอีก…แบบนี้จะจัดโปรแกรมอาหารได้อย่างไร เพราะใจคิดแต่จะอยากออกนอกลู่นอกทางตลอด ที่จริงแล้ว ความอยากอาหาร ของคุณเกิดขึ้นเพราะร่างกาย “อยาก” กินของพวกนั้นจริงหรือ? การเพิ่มขึ้นหรือลดลงของความอยากอาหารคือการตอบสนองของร่างกายต่อการใช้ชีวิตของคุณ อาหารที่คุณกินบ่งถึงระดับความเครียด อารมณ์ และไลฟ์สไตล์ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงความอยากอาหารอาจมาจาก อะไรที่ทำให้ ความอยากอาหาร เปลี่ยนแปลง ช่วงเวลาของการรับประทานอาหารที่ไม่สมดุล กิจกรรมในวันนั้นๆ อาการเจ็บป่วยหรือติดเชื้อ ความเครียด ความวิตกกังวล และอารมณ์ อาการซึมเศร้า ผลข้างเคียงของยา การมีประจำเดือนและการตั้งครรภ์ ฝึกความอยากอาหารให้มั่นคงได้อย่างไร สิ่งแรกที่ควรคำนึงถึงคือ “ความสมดุลของโปรแกรมอาหาร” ที่คุณรับประทานเข้าไปในแต่ละวัน เพราะโดยปกติแล้วความอยากอาหารแบบจำเพาะเจาะจงมักบ่งชี้ว่าร่างกายกำลังขาดสิ่งนั้น ดังนั้นการกระจายความหลากหลายของอาหารให้ครบ 5 หมู่ จะช่วยให้ร่างกายของคุณอยู่ในสภาวะ “อิ่ม” จริงๆ ซึ่งอิ่มทั้งสารที่ได้รับไม่เพียงแต่อิ่มท้อง และจะลดปัญหาการกินจุกจิกได้ด้วย                จากนั้นเมื่อตรวจสอบว่าคุณรับประทานอาหารได้ครบเพียงพอแล้ว หากมีอาการหิวระหว่างมื้อ ควรต้องพิจารณาว่าคุณหิวจริงๆ หรือแค่อยาก ลองดื่มน้ำเปล่าลงไปสักแก้วแล้วยังมีอาการหิวหรือไม่ เพราะบางครั้งความอยากอาหารและความกระหายก็ทับซ้อนกันได้จนร่างกายสื่อสารออกมาเป็นสัญญาณความหิว เพื่อป้องกันไม่ให้การเปลี่ยนแปลงความอยากอาหารที่ไม่ต้องการระหว่างมื้อ …

มะนาว ( Lime )เป็นพืชที่จัดอยู่ในตระกูลเดียวกันกับส้มเป็นผลไม้พื้นบ้าน

มะนาว ( Lime )เป็นพืชที่จัดอยู่ในตระกูลเดียวกันกับส้ม   เป็นผลไม้พื้นบ้านของประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มะนาวจึงเป็นที่รู้จักกันดีในวงกว้างมาช้านาน   มะนาว ประกอบด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย  เช่น  มีวิตามินซีสูง  วตามินบี  ธาตุเหล็ก  แคลเซียม  โปรตีน  ฟอสฟอรัส  โพแทสเซียม  น้ำตาล  กรดซิตริก  กรดมาลิค  เป็นต้น  ด้วยเหตุนี้มะนาวจึงถูกนำไปทำประโยชน์ต่างๆมากมายไม่ว่าจะเป็นการนำมาใช้ปรุงรสของอาหารหลากหลายเมนู  การนำมาทำเครื่องดื่มมะนาวแช่อิ่ม  แยมมะนาวเปลือกมะนาวเชื่อมมะนาวเส้นปรุงรส  กิมจ้อมะนาวเยลลี่มะนาว  ชาเขียวมะนาวน้ำผึ้งมะนาวโซดา  ปลูกเป็นพืชสวนนำไปขายเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัว  ฯลฯ มะนาว ยังถูกนำไปใช้ประโยชน์ในด้านความงามอย่างแพร่หลาย  เช่น  -ปัจจุบันจะเห็นว่ามีบริษัทสกินแคร์มากมายหลายยี่ห้อที่นิยมผลิตสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของมะนาวออกมาวางขายในตลาด  ไม่ว่าจะเป็นสกินแคร์ใช้บำรุงผิวหน้า   บำรุงผิวกาย  โฟมล้างหน้า  ฯลฯ และแน่นอนว่ายอดขายดีอย่างที่คาดไว้   เนื่องจากคนส่วนมากรู้ถึงสรรพคุณดีๆของมะนาวที่มีต่อผิวนั่นเองค่ะ -การหันมาดื่มน้ำมะนาวเพื่อช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง  สดใส  เนื่องจากในมะนาวมีวิตามินซีสูง  -เนื่องจากในมะนาวมีAHA ( กรดผลไม้ )ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพเพื่อเผยผิวใหม่ที่กระจ่างใสและแลดูอ่อนเยาว์มากยิ่งขึ้น   จึงนิยมนำมะนาวมาช่วยในการผลัดเซลล์ผิวโดยการนำน้ำมะนาวสดผสมกับดินสอพอง พอกอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง ครั้งละ 15 นาที -สำหรับเปลือกมะนาวที่บีบน้ำมะนาวออกแล้วอย่าเพิ่งทิ้งนะคะ  คุณสามารถนำน้ำมะนาวมาถูในจุดที่มีผิวหยาบกร้านให้กลับมาอ่อนนุ่มลงได้  เช่น  บริเวณข้อศอก   หัวเข่า   …

ฝ้า สามารถด้วย ย่านาง เป็นสมุนไพรที่หาง่าย ราคาถูก ไม่กัดผิว

ฝ้า (Melasma) เกิดจาการที่เม็ดสีเมลานินใต้ชั้นเซลล์ผิวทำงานผิดปกติ  โดยการถูกกระตุ้นจากสิ่งเร้าต่างๆทำให้มีการผลิตเม็ดสีผิวที่มากกว่าปกติ  ทำให้ในบริเวณที่มีการสร้างเม็ดสีออกมามากกว่าปกติ  ส่งผลให้ผิวบริเวณนั้นมีสีเข้มมากกว่าในบริเวณอื่นนั่นเองค่ะ  ซึ่งสิ่งเร้าและปัจจัยที่กระตุ้นให้มีการสร้างเม็ดสีผิวออกมามากกว่าที่ควรจะเป็น ได้แก่  แสงแดด  ยูวี  ความร้อน  มลภาวะ  ระดับฮอร์โมนเพศในร่างกาย  พันธุกรรม  สารเคมีจากการใช้เครื่องสำอาง   ยาบางชนิด เช่น ยาคุมกำเนิด  เป็นต้น   โดยตำแหน่งที่มักเป็นฝ้า เช่น  จมูก  โหนกแก้ม  หน้าผาก  เหนือริมฝีปากด้านบน  เป็นต้น  และหลายคนมักเข้าใจผิดไปว่าฝ้าเกิดขึ้นได้กับเฉพาะผู้หญิงเท่านั้น  ต้องบอกว่าเข้าใจผิดอย่างแรงนะคะเพราะผู้ชายก็สามารถเป็นฝ้าได้เช่นกัน  จึงต้องระวังอย่างมากทั้งคุณผู้หญิงและคุณผู้ชายค่ะ ประเภทของ ฝ้า จะมีกี่ชนิดไปดูกันค่ะ –ฝ้าลึก ( Dermal type)  คือ ผิวได้มีการผลิตเม็ดสีเมลานินที่ลึกลงไปในชั้นหนังแท้  ฝ้าจะมีสีค่อนข้างจางหากมองเผินๆสีจะมีความใกล้เคียงกับสีผิวปกติโดยสีของฝ้าและผิวปกติจะมีเฉดที่กลมกลืนกันจนแทบดูไม่ออก  ซึ่งฝ้าประเภทนี้รักษาให้หายได้ยากมาก       –ฝ้าตื้น ( Epidermal type ) คือ ผิวมีการผลิตเม็ดสีเมลานินในชั้นหนังกำพร้า  ฝ้าจะมีสีน้ำตาลเข้มสามารถมองเห็นได้ชัดเจน  ฝ้าชนิดนี้สามารถรักษาให้หายได้ง่ายกว่าชนิดแรก –ฝ้าผสม ( Mixed  type ) คือ …

ต้นดีปลี สุดยอดยาอายุวัฒนะที่ไม่ได้มีดีแค่ชื่อแต่คุณประโยชน์มากมาย

ต้นดีปลี ( Long papper ) หรือประดงข้อ มีลักษณะเป็นไม้เถามีรากฝอยๆงอกออกมาบริเวณข้อของลำต้นเพื่อใช้ยึดเกาะเลื้อยไปตามต้นไม้ต่างๆอย่างแข็งแรง  ต้นดีปลี เป็นพืชที่โตได้ดีในพื้นที่ที่มีความชุ่มชื้นแสงแดดส่องถึง  โดยมากมักนิยมเก็บเอาผลแก่จัดที่เริ่มมีสีน้ำตาล  เถา  และรากของต้นดีปลีมาตากแดดให้แห้งเก็บไว้ใช้ทำยา   ซึ่งต้นดีปลีเป็นพืชสมุนไพรที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ  มักพบได้ในทางภาคเหนือและภาคใต้ของประเทศไทย ชาวบ้านนิยมนำมาแทนเครื่องเทศ มีรสเผ็ดร้อน สรรพคุณมากมาย ต้นดีปลี สุดยอดยาอายุวัฒนะ !! -เป็นยาอายุวัฒนะ  ช่วยบำรุงกำลัง  บำรุงร่างกาย  บำรุงธาตุ  ช่วยเสริมสมรรถภาพทางเพศ  ช่วยปลุกกำหนัด  ช่วยให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า  ลดความเหนื่อยล้า  -ดอกและเถา  นำมาต้มน้ำดื่มใช้เป็นยาช่วยเจริญอาหาร -เถา  ช่วยแก้อาการอัมพฤกษ์  แก้พิษงู  แก้อาการปัสสาวะเป็นเลือด -ผลแก่  ใช้ต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้หลอดลมอักเสบ  ขับพยาธิ  ใช้ขับระดูในสตรี  ใช้ขับรกออกมาง่ายหลังการคลอดและรักษาอาการตกเลือด  หรือใช้แก้อาการปวดท้อง  โดยใช้ผลแก่ของต้นดีปลี  1  กำมือ  มาต้มใช้ดื่มหลังอาหารวันละ 3 เวลา -ดอก  ใช้เป็นยาแก้อาการคลื่นไส้  อาเจียน  แก้อาการท้องเสีย  ท้องร่วง  แก้อัมพาต -ผล  ใช้แก้อาการอาหารไม่ย่อย  ช่วยขับลม …

ประโยชน์ของดาร์กช็อกโกแลต ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ทานได้ไม่อ้วน

ดาร์กช็อคโกแลต หรือที่หลาย ๆ คนรู้จักกันดีว่าคือช็อคโกแลตดำ เป็นอีกช็อคโกแลตที่เราสามารถทานได้มีประโยชน์กับร่างกาย สำหรับคนที่กำลังควบคุมน้ำหนักแล้วอยากของหวานอยู่นั้น การเลือกทานดาร์กช็อคโกแลตก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ วันนี้แอดอยากจะ พาส่อง ประโยชน์ของดาร์กช็อกโกแลต ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ทานได้ไม่อ้วน รับรองว่าอร่ออยไม่อ้วนแน่นอน ประโยชน์ของดาร์กช็อคโกแลต ข้อแรกที่แอดจะพาเพื่อน ๆ ไปส่องนั้น คือเรื่องของผิวพรรณนั้นเอง หลาย ๆ คนอาจจะตกใจ เห็นว่าดาร์กช็อคโกแลตมีสีดำไม่คิดว่าจะมีประโยชน์ต่อผิวพรรณของเราขนาดนี้ เนื่องจากในดาร์กช็อคโกแลตนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด และยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุวิตามินมากมาย ช่วยให้ผิวของเรามีความสดชื่นและมีชีวิตชีวา ชะลอการเกิดริ้วรอยได้ดีมาก ๆ อีกด้วย ประโยชน์ของดาร์กช็อคโกแลตข้อต่อมาที่จะพาไปส่อง ต้องบอกเลยว่าเกิดมาเพื่อคนที่กำลังควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากในดาร์กช็อคโกแลตสามารถช่วยลดความยากอาหารได้ เนื่องจากมีส่วนช่วยให้กลีบสมองของเรานั้นทำงานได้ดีขึ้น ทำให้เรานั้นทนอาหารได้ลดลง และไม่หิวง่าย ๆ อีกด้วย แถมในดาร์กช็อคโกแลตนั้นยังมีสารฟลาโวนอยด์ ที่สามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด และสามารถปรับสมดุลของโลหิต ดีต่อสุขภาพมาก ๆ ประโยชน์ของดาร์กช็อกโกแลต ที่สามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด ประโยชน์ของดาร์กช็อคโกแลตข้อสุดท้าย เอาใจสายคนรักสุขภาพ ดาร์กช็อกโกแลตนั้นสามารถช่วยในเรื่องของสมอง หัวใจและเลือด เมื่อทานเข้าไปแล้วทำให้เรานั้นมีความสุขและเสริมในเรื่องของความอารมณ์ดี  ต้องบอกเลยว่าดาร์กช็อคโกแลตมีทั้ง โพแทสเซียม สังกะสี แมกนีเซียม และธาตุเหล็ก ช่วยในเรื่องของระบบไหลเวียนเลือดในร่างกาย …

แคลอรีลดลง ต้องใช้วิธีเผาผลาญพร้อมกิจกรรมเบิร์นแคลอรีให้หุ่นสวย

การจะมีหุ่นสวยได้ คุณก็ต้องรู้จักเลือกกินอาหารที่มีแคลอรีน้อยแต่มีประโยชน์ และที่สำคัญคือการเผาผลาญ แคลอรีลดลง หรือเบิร์นแคลอรีด้วยกิจกรรมหรือการออกกำลังกายต่างๆ นั่นเอง ติดตามได้ในบทความสุขภาพดี ต้องเผาผลาญเท่าไหร่เพื่อให้แคลอรีลดลง                หากคุณอยากให้น้ำหนักตัวลดลง 1 กิโลกรัมก็ต้องทำกิจกรรมต่างๆ เป็นการเผลาผลาญพลังงานที่สะสมไว้ถึง 7,700 กิโลแคลอรีขณะที่หัวใจสำคัญคือจากนี้ไปต้องกินให้น้อยลง แคลอรีลดลง เข้าไปอีก โดยพยายามกินเพื่ออยู่ มิใช่อยู่เพื่อกิน ซึ่งตามปกติแล้วใน 1 สัปดาห์หรือ 7 วัน คุณก็สามารถลดน้ำหนัก 1 กิโลกรัมได้โดยไม่เพลีย ด้วยการกินอาหารประมาณวันละ 1,100 กิโลแคลอรีร่วมกับการออกกำลังกายทุกวัน วันละ 1  ชั่วโมง แต่ทั้งนี้ก็อยู่ที่คุณลักษณะหรือปัจจัยอื่นๆ ด้วยว่าจะได้ผลตามนี้หรือไม่ ซึ่งบางคนก็อาจได้ผลดีกว่านี้ด้วย                แต่เมื่อผ่านไปสักพักคุณจะรู้สึกว่าการลดน้ำหนักยากขึ้น คุณจะสังเกตได้ว่าทำเช่นเดิมทุกประการแต่น้ำหนักลดลงช้า น้ำหนักตัวอยู่นิ่ง และไม่สามารถใช้มาตรฐานเดิมในการลดน้ำหนักได้  ซึ่งที่เป็นเช่นนี้ก็เนื่องจากในช่วงแรกน้ำหนักลดลงง่าย ลดได้เยอะ เพราะไขมันที่สะสมถูกเผาผลาญไปได้ง่าย รวมทั้งที่เสียไปมากก็ยังเป็นส่วนของน้ำในร่างกายด้วย แต่เมื่อไขมันลดลงไปมากๆ ก็จะมีส่วนที่เป็นไขมันน้อยลง ทำให้รู้สึกเหมือนลดได้ยากขึ้น เผาผลาญ แคลอรีลดลง ด้วยกิจกรรมต่างๆ คุณควรเผาผลาญแคลอรีด้วยกิจกรรมต่างๆ เหล่านี้ ซึ่งบางอย่างก็อยู่ในชีวิตประจำวันนี่เอง เพียงคุณทำกิจกรรมเหล่านี่ให้ได้วันละ …

ผู้สูงอายุ จะมีปริมาณเพิ่มขึ้นตามลำดับอย่างประเทศไทย

ด้วยในปัจจุบันและในอนาคตไม่ช้าจะมี ผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ของประเทศไทย ด้วยความเจริญก้าวหน้าทางการแพทย์และสาธารณสุข ที่ทำให้ประชากรมีอายุยืนยาวมากขึ้น และกลุ่มคนในวัยเด็กมีน้อยลงเนื่องจากประชากรส่วนใหญ่นิยมมีลูกแค่คนเดียว โดยผู้สูงอายุนี้จะมีปริมาณเพิ่มขึ้นตามลำดับอย่างประเทศไทยก็มีความตื่นตัวและเตรียมการเพื่อรองรับในการดูแลประชากรกลุ่มนี้ให้มีสุขภาพกายสุขภาพใจที่ดี ด้วยการเปลี่ยนแปลงของร่างกายของผู้สูงอายุ มีลักษณะค่อยเป็นค่อยไปและเป็นการเปลี่ยนแปลงในการเสื่อมสภาพการทำงานของระบบร่างกายต่างๆ ทำให้ ผู้สูงอายุ อาจจะมีระบบอวัยวะต่างๆที่เสื่อมลง และอาจจะทำให้เกิดอาการหลงหลงลืมลืม อัลไซเมอร์หรือปัญหาโรคเรื้อรังต่างๆทั้งยังมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นภาวะซึมเศร้าวิตกกังวลและความรู้สึกสิ้นหวังตัวเอง คิดว่าเป็นภาระเป็นภาระซึ่งปัญหานี้มักจะได้รับการละเลยเป็นส่วนมาก โดยคนในครอบครัว อาจจะคิดว่าผู้สูงอายุคิดมากฟุ้งซ่านไปเอง เรียกร้องความสนใจซึ่งในความเป็นจริงอาการเหล่านี้ อาจจะเป็นภาวะเจ็บป่วยอย่างหนึ่ง ที่เป็นอาการเจ็บป่วยทางใจที่ต้องการคนดูแลช่วยเหลือและทำความเข้าใจ ซึ่งการดูแลสุขภาพในวัยที่จะก้าวเข้าสู่ผู้สูงอายุนั้น จะต้องมีการเตรียมพร้อมสำหรับตัวเอง สร้างความสุขที่มี ไม่ว่าจะเป็นสุขสบายต้องมีการออกกำลังกายดูแลร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ สุขสนุกโดยทำกิจกรรมที่ก่อให้เกิดอารมณ์เป็นสุขมีคุณภาพที่ดีขึ้น ผู้สูงอายุ ซึ่งประชากรกลุ่มใหญ่ของประเทศไทย อย่างการไปร่วมกันออกกำลังกายของผู้สูงอายุ หรือการมีความชำนาญในอาชีพต่างๆอาจจะเข้าไปสอนคนรุ่นหลังในด้านวิชาชีพที่ตนเองมีความชำนาญ สุขสง่าคือการเห็นค่าและความภาคภูมิใจในตัวเอง ในการช่วยเหลือสังคมมีส่วนร่วมกับกิจกรรมต่างๆและสุขสว่างมีความจำดีจัดการสิ่งต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสุดท้ายสุขสงบรับรู้ความรู้สึกตนเองสามารถจัดสรรสภาวะอารมณ์ต่างๆนี้ได้ ซึ่งจะทำให้การเข้าสู่วัยผู้สูงอายุได้อย่างมีประสิทธิภาพ  สำหรับคนรุ่นหลังจำเป็นจะต้องคิดอยู่เสมอ ว่าเมื่อถึงเวลาหนึ่งเราก็จะก้าวสู่ผู้สูงอายุเช่นกัน จำเป็นจะต้องดูแลตอบแทนเพื่อให้ท่านสุขสบายให้มากที่สุด ถือได้ว่าครอบครัวของตัวผู้สูงอายุเองจะมีบทบาทอย่างยิ่ง ความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญ และการดูแลอย่างดีเอื้ออาทรถือได้ว่าเป็นภารกิจของครอบครัว และเป็นวัฒนธรรมที่ดีงามในการมีความกตัญญูกตเวทีต่อผู้ที่เลี้ยงดูตนเองมา เพื่อเป็นการมอบความสุขให้ผู้สูงอายุได้มีความสุขในการใช้ชีวิตในบั้นปลายอย่างมีคุณภาพ การดูแลอย่างเข้าใจและเอาใจใส่คือสิ่งที่ควรทำมากที่สุด

น้ำผึ้ง สมุนไพร รสดี กินง่าย ทำง่าย ได้ประโยชน์สามารถกินเป็นอาหารที่แทนยาได้เลย

น้ำผึ้ง คือสุดยอดสมุนไพรจากสัตว์ที่มีมานาน คนโบราณนิยมนำ น้ำผึ้ง มาปรุงเป็นยา เพื่อบรรเทาอาการต่างๆ มากมาย เพราะนอกจากน้ำผึ้งจะมีสรรพคุณทางยาแล้ว ก็ยังมีรสชาติหอมหวาน ช่วยกลบกลิ่นสมุนไพรขมๆ ฉุนๆ ได้ดี ทั้งยังมีความข้นหนืดจึงผสมกับส่วนผสมอื่นๆ ได้ดี ทำให้กินง่าย และสามารถกินเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่แทนยาได้เลย ติดตามต่อในบทความสุขภาพดี ตำรับยาน้ำผึ้งทำน้ำกระสาย น้ำผึ้งนั้นมักนิยมผสมในยาเนื่องจากน้ำผึ้งมีสรรพคุณบำรุงร่างกาย มีความเหนียวข้น เป็นน้ำกระสายยาที่ดี (น้ำกระสายคือตัวช่วยที่ทำให้ตัวยาออกฤทธิ์ได้เร็วขึ้น) และยังมีรสหวานที่ช่วยให้กินยาได้ง่ายมากขึ้น ดังนั้นถ้าตัวยาใดมีความขมมากๆ คุณก็สามารถผสมน้ำผึ้งเข้าไปได้ แต่ทั้งนี้ต้องปรึกษาแพทย์แผนโบราณก่อนว่าน้ำผึ้งไม่ไปตีกับตัวยาชนิดนั้นๆ ด้วย ตำรับยาน้ำผึ้งบรรเทาอาการเจ็บคอ น้ำผึ้งนั้นมีรสชาติหวาน มีสรรพคุณทำให้ชุ่มคอ เมื่อนำไปผสมกับสมุนไพรอื่นๆ ก็ช่วยให้อาการเจ็บคอ มีเสมหะ ค่อยๆ บรรเทาลงได้ โดยเฉพาะการนำน้ำผึ้งไปผสมกับน้ำผลไม้รสเปรี้ยวๆ เหล่านี้ และเติมเกลือลงไปหน่อย ก็จะช่วยลดอาการเจ็บคอได้ดีเยี่ยม เช่น น้ำมะนาว น้ำมะขามป้อม น้ำมะขามเจือจาง น้ำมะเฟือง น้ำมะกรูด น้ำมะยม น้ำสับปะรด น้ำตะลิงปลิง น้ำส้มเขียวหวาน น้ำส้มจี๊ด ตำรับยา น้ำผึ้ง บรรเทาอาการหลอดลมอักเสบ สำหรับคนที่มีอาการหลอดลมอักเสบก็สามารถแก้ได้ง่ายๆ ด้วยสูตรนี้ …