มลพิษทางอากาศ ยังคงเป็นภัยคุกคามที่สำคัญทั่วโลกและยังไม่สามารถแก้ไขกันได้

มลพิษทางอากาศ จากการวิเคราะห์สภาพอากาศของสถาบันนโยบายพลังงานแห่งมหาวิทยาลัยชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า มลพิษจากฝุ่นละอองจะลดอายุขัยของมนุษย์ลงเกือบสองปีหากคุณภาพอากาศยังเป็นไปตามแนวทางที่องค์การอนามัยโลกรายงานออกมา ซึ่งภัยคุกคามจากมลพิษนั้นเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา โดยมีดัชนีของข้อมูลใหม่ที่ได้จากการวิจัยคุณภาพชีวิตอากาศ ซึ่งสามารถแปลงมลพิษทางอากาศให้เป็นผลกระทบต่ออายุขัยของมนุษย์เผยให้เห็นว่ามลพิษจากฝุ่นละอองเป็นความเสี่ยงสูงสุดต่อสุขภาพของมนุษย์ก่อนที่จะมีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ปัญหาที่คุกคาม มลพิษทางอากาศ จากฝุ่นละอองเป็นความเสี่ยงสูงสุดต่อสุขภาพ โดยในปี 2018 ได้มีการอธิบายให้ชุมชนได้เข้าใจและรับรู้ว่ามลพิษของฝุ่นละอองจะส่งผลกระทบต่อชีวิตภายในชุมชนผ่านดัชนีคุณภาพชีวิต ที่จะทำให้เกิดความเข้าใจได้ง่ายขึ้นว่ามลพิษทางอากาศนั้นจะส่งผลให้ประชากรในชุมชนมีอายุขัยลดลง และมีผลกระทบที่ร้ายแรงกว่าโรคติดต่ออย่างวัณโรคหรือเอชไอวีเสียอีก ทั้งนี้อย่างบริเวณพื้นที่ของแอฟริกากลางและแอฟริกาตะวันตกที่มีการเติบโตของปริมาณการใช้ถ่านหินเพิ่มขึ้น และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก 3 เท่าในสองทศวรรษ นั่นจึงทำให้เกิดการตระหนักถึงมลพิษของฝุ่นละอองที่จะก่อให้เกิดปัญหามีความสำคัญมากยิ่งขึ้น พอๆ กับการป้องกันโรคมาลาเรียที่เป็นภัยคุกคามสำคัญของทวีปแอฟริกาเช่นกัน สำหรับประเทศของเอเชียใต้ที่มีมลพิษมากที่สุดในโลก ได้แก่ บังคลาเทศ อินเดีย เนปาล และปากีสถาน โดยจะพบว่าประชากรที่อาศัยอยู่ในประเทศเหล่านี้มีอายุขัยที่สั้นลงโดยเฉลี่ยห้าปี ภายหลังจากที่ประเทศเหล่านี้เผชิญกับระดับมลพิษที่สูงกว่าเมื่อสองทศวรรษที่ผ่านถึง 44% ทั้งนี้ประเทศบังคลาเทศเป็นประเทศที่มีมลพิษมากที่สุดในโลก ในขณะที่บางส่วนของประเทศอินเดียทางตอนเหนือที่รวมถึงมหานครเดลีและกัลกัตตาก็เป็นพื้นที่ที่มลพิษสูงมากเช่นกัน ส่วนมลพิษทางอากาศยังเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างมากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากยานพาหนะ โรงไฟฟ้า โรงงานอุตสาหกรรม ไฟป่า และการเผาพื้นที่เพาะปลูกแทนการไถ่กลบ ซึ่งทำให้ประมาณ 89% ของประชากร 650 ล้านคนในภูมิภาคนี้ อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีมลพิษ ซึ่งเกินมาตรฐานที่องค์กรอนามัยโลกกำหนด โดยเมืองที่เผชิญกับปัญหาดังกล่าว คือ จาร์กาต้า สิงคโปร์ โฮจินมินห์ และกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้แล้วประเทศที่เคยเผชิญปัญหามลพิษมาก่อนอย่างสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น …

วิธีดูแลช่วงหนาว นี้เตรียมตัวดูแลสุขภาพ รับหน้ากันแล้วหรือยัง

วิธีดูแลช่วงหนาว ฤดูหนาวในบ้านเราปีนี้ จะไม่เหมือนทุกๆปีที่ผ่านมาเพราะตอนนี้เราอยู่ใน สถานการณ์ covid-19 ซึ่งทุกคนรู้ดีว่าเชื้อไวรัสชนิดนี้ สามารถแพร่กระจายได้ดีในอากาศชื้น และค่อนข้างเย็นอย่างฤดูหนาว ดังนั้นในปีนี้อยากจะให้ทุกคนเตรียมความพร้อม ในการ ป้องกันโรคประจำฤดูกาล ซึ่งในฤดูหนาวนั้น โรคประจำฤดูกาลที่พบกันได้บ่อย ก็มักจะเป็น ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ต่างๆ  แต่ในปีนี้อย่างที่เราได้เกริ่นไว้คือจะต้องเพิ่มเติมการระมัดระวัง เชื้อไวรัส covid-19 และอยู่ในมาตรการกันอย่างเคร่งครัด เรียกได้ว่า การ์ดอย่าตก เจลแอลกอฮอล์ และ หน้ากากอนามัย ยังมีความจำเป็นอยู่และจากการรายงานข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข ชี้ให้เห็นชัดว่าการที่คนไทยสวมใส่หน้ากากอนามัยเพื่อ ป้องกันการติดเชื้อไวรัส covid-19 นั้นสามารถช่วย ลดอาการป่วยจากโรคทางเดินหายใจเช่นไข้หวัดตามฤดูกาลได้ เพราะมีการเปิดเผยข้อมูลว่าผู้ป่วยด้วยโรคไข้หวัดสายพันธุ์ธรรมดา หรือสายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่ มีจำนวนลดลง รวมทั้งโรคอื่นๆที่แพร่กระจายผ่านการสัมผัส ก็ลดลงด้วยเพราะประชาชนส่วนใหญ่ยัง ใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ กันเป็นประจำ นั่นแสดงให้เห็นว่ามาตรการการระมัดระวังเชื้อไวรัส covid-19 ส่งผลให้เราลดความเสี่ยงในการป่วยด้วยโรคต่างๆที่จะมากับอากาศหรือจากการสัมผัสได้จริงๆ นอกจากนี้ใน ฤดูหนาวปีนี้ ก็ยังมีการพยากรณ์อากาศกันล่วงหน้าว่า ในบางจังหวัดอาจจะมีอุณหภูมิลดลงเยอะกว่าปีที่แล้ว โดยเฉพาะทางภาคเหนือ หรือ ภาคอีสาน อาจจะมีอุณหภูมิลดต่ำเหลือเพียงเลขตัวเดียวแน่นอนว่าช่วงนี้ ก็ควรจะเตรียมความพร้อมในการจัดหา อุปกรณ์ป้องกันอากาศหนาวเย็น เช่นเสื้อกันหนาว หรือในช่วงฤดูหนาวพยายามทำให้ร่างกายอบอุ่น รวมทั้งรับประทานอาหารให้ครบ 5 …

ผู้หญิงต้องรู้ 5 อาการเจ็บหน้าอก เจ็บเต้านม ที่ทำให้หนักอกหนักใจ

อาการเจ็บหน้าอก เมื่อคุณผู้หญิงมีอาการเจ็บหน้าอก เจ็บเต้านม ก็อาจไม่ใช่เพราะสัญญาณของโรคมะเร็งเต้านมเสมอไป ดังนั้นแทนที่จะตกอกตกใจจนจิตใจว้าวุ่น เครียดจนเสียสุขภาพในด้านอื่นไปด้วย เรามาทำความเข้าใจถึงสรีระของผู้หญิงกันดีกว่าว่าเจ้าหน้าอกสวยๆ คู่นี้ ที่แท้แล้วมีความบอบบางและยังสามารถรู้สึกเจ็บได้ด้วยเหตุผลต่างๆ เพื่อที่จะรับมือได้อย่างถูกต้อง ผู้หญิงต้องรู้ 5 อาการเจ็บหน้าอก ฮอร์โมน เต้านมมีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนมาก บ่อยครั้งที่ความแปรปรวนของฮอร์โมนทำให้มีอาการเจ็บหน้าอก เจ็บเต้านม โดยเฉพาะในช่วงระยะตกไข่ คุณผู้หญิงอาจรู้สึกได้ว่าเต้านมของตัวเองนุ่มขึ้น บอบช้ำง่ายขึ้น ช่วงเวลาเป็นเมนส์หรือประจำเดือนก็เช่นเดียวกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมชาติ หากมีอาการเจ็บก็ไม่ต้องตกใจ เพียงแค่งดใส่ชุดชั้นในที่รัดแน่นจนเกินไป เปลี่ยนมาใช้แบบบราผ้า บราไร้โครง หรือบราลูกไม้ ในระยะนี้ก็สามารถช่วยบรรเทาความเจ็บปวดได้ดี ขนาดหน้าอกใหญ่ บางทีอกหักก็ไม่ใช่เรื่องเล็กและอกเล็กก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่เสมอไป สาวอกตู้มเองก็มีปัญหาหนักใจเช่นกัน เพราะขนาดหน้าอกที่ใหญ่ทำให้เกิดอาการเจ็บหน้าอก เจ็บเต้านมได้เวลาที่เคลื่อนไหวทำกิจกรรมต่างๆ แถมยังสามารถลามเป็นปวดหลังปวดเอวได้ด้วย สามารถหลีกเลี่ยงความเจ็บได้ด้วยการสวมสปอร์ตบรา เพราะตัวบราสามารถซัพพอร์ตเนื้อหน้าอกและการเคลื่อนไหวได้ดี กำลังจะเป็นคุณแม่ ผู้หญิงที่อยู่ในช่วงตั้งครรภ์ไปจนถึงหลังการคลอดบุตรในเดือนแรกอาจรู้สึกว่าหน้าอกบอบบางเป็นพิเศษ เจ็บง่าย ช้ำง่าย บางครั้งก็คัดเต้านม เนื่องจากเต้านมกำลังเปลี่ยนแปลงเพราะเจ้าตัวเล็กในครรภ์นั่นเอง ดังนั้นในระยะนี้ นอกจากการที่คุณแม่ควรเลือกสวมบราประเภทไร้โครงกดทับแล้ว ก็ควรเลือกเสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย ไม่รัดแน่นจนเกินไป และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์จำพวกถั่ว ปลา ก็สามารถช่วยบรรเทาได้เช่นกัน ติดกาแฟ ดื่มกาแฟอย่างหนักจนติด วันไหนไม่ได้ดื่มแล้วรู้สึกว่าหัวสมองไม่แล่น รู้มั้ยว่าคาเฟอีนในเครื่องดื่มกาแฟสามารถส่งผลต่อหน้าอกของคุณได้ด้วย เพราะคาเฟอีนอาจส่งผลกระทบต่อระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกาย ดังนั้นลองเลื่อนเวลาการดื่มกาแฟให้เหมาะสม …

ภาวะ หัวใจวาย มีสัญญาณเตือนอะไรบ้าง

หัวใจวาย หรือกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน เกิดจากภาวะหัวใจทำงานผิดปกติ หัวใจไม่ดี การทำงานสูบฉีดเลือดไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หลอดเลือดหัวใจตีบ ซึ่งในระยะเริ่มแรกสามารถสังเกตอาการต่างๆได้ และรักษาได้ทัน แต่หากปล่อยไว้ ก็จะเป็นอันตรายและเสียชีวิตฉับพลันเช่นกัน ดังนั้นสัญญาณเตือนต่างๆที่ควรจะเรียนรู้ไว้ดังนี้ ภาวะ หัวใจวาย มีสัญญาณเตือนที่ควรรู้ มีความอ่อนเพลียผิดปกติ ก็คือมีความอ่อนเพลีย ติดต่อกันหลายๆวันขึ้นไป และมีอาการที่เย่ลงเรื่อยๆทุกวันๆ อาการอ่อนเพลียเกิดจากภาวะไหลเวียนเลือดไม่ดี การส่งต่อออกซิเจนจึงผิดปกติ ระบบหัวใจบีบตัวผิกดปกติ มีอาการเจ็บและจุกแน่นหน้าอก เจ็บจุกแบบเหมือนมีอะไรมากดทับที่หน้าอก และจะเกิดอย่างฉับพลัน และปวดอย่างรุนแรงซึ่งเกิดจากภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด มีอาการหายใจถี่ขึ้นกว่าปกติ หรือหายใจเข้าออกมากกว่า 20 ครั้งต่อ 1 นาที เหมือนคนหอบ และถ้ายิ่งออกซิเจนไม่พอ ยิ่งหายใจถี่และเร็วขึ้นๆ ซึ่งอาจจะมีภาวะหัวใจวาย มีความอึดอัดแน่นบริเวณคอร้าวไปถึงขากรรไกร มักพบในผู้ป่วยโรคเบาหวานและเป็นมายาวนานมากๆ ในโรคอื่นๆจะไม่ค่อยพบ เวียนศรีษะ และมีเหงื่อออกมากกว่าปกติ อาจจะมีอาการใจสั่นร่วมด้วย มือและเท้าเย็นแต่มีเหงื่อออกมาก เกิดจากการแลกเปลี่ยนออกซิเจนผิดปกติ ซึ่งอาจจะมีภาวะหัวใจวายได้ ภาวะการนอนราบไม่ได้ ต้องนอนหนุนหมอนตั้งแต่สองใบขึ้นไป หรือในอาการที่รุนแรงมากๆถึงกับต้องนั่งหลับเลยทีเดียว เกิดจากผู้ที่มีภาวะน้ำท่วมปอด และมีเสมหะ น้ำลายเป็นฟองสีชมพู ถ้าหากพยายามที่จะนอนราบก็จะมีอาการไอ มีอาการแขนและขาบวมน้ำ เกิดจากระบบไหลเวียนผิดปกติ ไม่สามารถขับน้ำออกจากร่างกายได้ …

สุขภาพดีด้วย บร็อคโคลี่ ยังช่วยป้องกันโรคต่างๆได้อีกด้วย

บร็อคโคลี่ ( Broccoli)  เป็นผักสีเขียวที่หาซื้อง่าย  มีให้ทานกันได้ตลอดทั้งปี  นิยมนำมาทำเป็นเมนูอาหารแสนอร่อยมากมาย เช่น  ซุปบร็อคโคลี่ดีท็อกซ์    หมูผัดบร็อคโคลี่    บร็อคโคลี่อบชีส แกงจืดบร็อคโคลี่หมูสับ ผัดบร็อคโคลี่น้ำมันหอยกุ้งสด   สลัดบร็อคโคลี่กุ้ง   ฯลฯ  แค่เห็นชื่อเมนูก็เรียกน้ำย่อยแล้วใช่มั้ยล่ะคะ   แค่นั้นยังไม่พอ! บร็อคโคลี่ที่คุณชอบทานนี้   นอกจากจะอร่อยแล้วยังมีประโยชน์ในด้านการบำรุงร่างกายให้แข็งแรง   ทั้งยังช่วยป้องกันโรคต่างๆได้อีกด้วย   อยากทราบกันแล้วใช่มั้ยคะว่าบร็อคโคลี่มีประโยชน์ต่อสุขภาพของคุณอย่างไร   ตามมาดูกันเลยค่ะ … บร็อคโคลี่ นอกจากจะอร่อยแล้วยังมีประโยชน์ในด้านการบำรุงร่างกายให้แข็งแรง                 ประโยชน์ของบร็อคโคลี่ มีสารต้านอนุมูลอิสระ  ซึ่งมีส่วนช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว  ทำให้ผิวคงความอ่อนเยาว์  ต่อต้านริ้วรอยก่อนวัย  ลดการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว ฯลฯ มีลูทีนและซีแซนทีน  เป็นสารที่ช่วยในการบำรุงสายตา  ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคทางสายตาต่างๆได้ดี มีวิตามินซี  นอกจากช่วยให้มีสุขภาพดีแล้ว  บร็อคโคลี่ยังช่วยปรับผิวของคุณให้แลดูขาวกระจ่างใสทั่วเรือนร่าง ช่วยระบบขับถ่าย  เนื่องจากในบร็อคโคลี่มีเส้นใยที่ช่วยระบบการทำงานของลำไส้และระบบขับถ่ายให้ดีขึ้น  ช่วยขับสารพิษในร่างกาย เนื่องจากมีสารที่ชื่อ  ซัลเฟอร์ราเฟน ( Sulforaphane )อยู่มาก  ช่วยให้ตับ ย่อยสลายสารพิษในร่างกายได้ดีขึ้น  แนะนำว่าให้คุณทานบร็อคโคลี่แบบสดนะคะ  เนื่องจากสารชนิดนี้หากผ่านความร้อนแล้วจะทำให้ประโยชน์ของสารนั้นจะหายไปค่ะ ป้องกันการเกิดโรคหัวใจล้มเหลว  พบสารที่ชื่อว่า  ฟลาโวนอยด์  ( Flavonoid )  สารชนิดนี้มีคุณสมบัติช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจล้มเหลวได้  ช่วยให้เลือดไหลเวียนดี …

โรคกระดูกพรุน กินอาหารเหล่านี้กันไว้ก่อน ช่วยลดความเสี่ยงได้

โรคกระดูกพรุน เกิดจากความหนาแน่นของมวลกระดูกที่ลดลง ทำให้กระดูกส่วนต่างๆ ของร่างกายมีลักษณะเป็นรูพรุนเปราะบาง และแตกหักได้ง่าย ส่วนใหญ่มักพบในผู้หญิงวัย 50 ปีขึ้นไป  และโรคกระดูกพรุนทำให้เป็นอันตรายในผู้สูงอายุที่อาจลื่นล้มได้บ่อย เพราะจะทำให้กระดูกที่เสื่อมแตกหักได้ง่าย  อาหารประเภทใดบ้างที่เราควรรับประทานเพื่อช่วยลดความเสี่ยงโรคกระดูกพรุน  อาหารเหล่านั้นได้แก่ โรคกระดูกพรุน กับการลดความเสี่ยง ด้วยการทานอาหารที่เราแนะนำ นม  เป็นอาหารที่มีแคลเซียมสูงที่ช่วยบำรุงมวลกระดูกให้แข็งแรง อีกทั้งยังมีฟอสฟอรัส วิตามินดี ที่ช่วยป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน  นอกจากนี้ในปัจจุบันยังมีผลิตดภัณฑ์นมหรืออาหารเสริมที่มีแคลเซียมสูงเพียงแค่ชงดื่มก็ทำให้คุณได้รับแคลเซียมเพื่อช่วยลดโอกาสเสี่ยงการเป็นโรคกระดูกพรุน  นอกจากนี้คุณควนเลือกกินโยเกิร์ตเป็นอาหารถ้วยโปรดจะทำให้คุณได้รับแคลเซียม และสารอาหารต่างๆ ที่ทำให้กระดูกแข็งแรง ไม่เปราะบาง ป้องกันโรคกระดูกพรุน มะเขือเทศ  ผลสดสีแดงที่นำมาประกอบอาหารได้หลายอย่าง เช่น ต้มซุป ไข่เจียวมะเขือเทศ สลัดผักรวม เป็นต้น ในมะเขือเทศนอกจากมีสารอาหารและวิตามินต่างๆ ที่ช่วยบำรุงสายตาและผิวพรรณแล้ว ยังมีคอลาเจนที่ช่วยบำรุงข้อต่อกระดูกอ่อนและป้องกันโรคกระดูกพรุน งาดำ มีสารอาหารต่างๆที่เป็นประโยชน์กับร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นแคลเซียม ธาตุสังกะสี ธาตุทองแดง ที่ล้วนช่วยลดความเสี่ยงโรคกระดูกพรุน คนญี่ปุ่นมักนิยมนำงาดำโรยในข้าวแล้วรับประทานกับอาหาร นอกจากนี้คุณยังสามารถดื่มนมถั่วเหลืองผสมงาดำเป็นอาหารที่คุณจะได้รับทั้งโปรตีนและแคลเซียมจากแหล่งธรรมชาติและช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนได้อีกด้วย และอาหารบางประเภท ถ้าคุณกินมากจนเกินไปก็อาจเป็นอันตรายและมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคกระดูกพรุน เช่น อาหารที่มีรสเค็มจัด เครื่องปรุงรสต่างๆ ผงชูรส อาหารหมักดอง เป็นต้น  นอกจากนี้คุณควรออกกำลังกายอย่างน้อย 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ …

วิธีป้องกันเชื้อ HIV นอกจากการใช้ถุงยางอนามัย

HIV เทคโนโลยีทางการแพทย์มีความก้าวหน้าขึ้นเป็นอย่างมาก จึงทำให้เรามีทางเลือกในการป้องกันจากการติดเชื้อHIV ได้มากขึ้น นอกเหนือไปจากการใช้ถุงยางอนามัย อย่างการกินยาต้านไวรัสก่อนหรือหลังการมีเพศสัมผัส ซึ่งผลวิจัยยังชี้ว่า การกินยาต้านไวรัสจะช่วยลดความเสี่ยงที่จะติดเชื้อHIV มากกว่า 99% เลยทีเดียว วิธีป้องกันเชื้อ HIV การกินยาต้านไวรัส           มีงานวิจัยที่ศึกษาเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ของชายรักชาย ที่ชื่อว่า VAX 004 และ EXPLORE ซึ่งเป็นงานวิจัยที่ศึกษาก่อนที่จะมีการคิดค้น ยาต้านไวรัสก่อนมีเพศสัมพันธ์ (PrEP) ผลการวิจัยพบว่า คนที่ใช้ถุงยางอนามัยอย่างสม่ำเสมอ ช่วยในการป้องกันการติดเชื้อHIV ได้มากถึง 70% ซึ่งในกลุ่มชายรักชาย หากมีการใช้ถุงยางอนามัยเป็นประจำ จะสามารถป้องกันเชื้อไวรัสHIV ได้ถึง 92% เลยทีเดียว           หลังจากที่มีการคิดค้นยา PrEP ที่สามารถต้านเชื้อHIV ได้ มันก็ถูกพูดถึงไปทั่วทุกมุมโลก ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่บอกว่าเจ้ายาตัวนี้ มีสรรพคุณดีกว่าถุงยางอนามัย โดยได้อ้างว่า มันสามารถลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อHIV ได้ถึง 99% แต่ถึงแม้ PrEP จะกันเชื้อHIV ได้ดีกว่าถุงยางอนามัยก็จริง แต่ก็ไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ อย่างที่ถุงยางอนามัยป้องกันได้ อย่างเช่น โรคซิฟิลิส …

รัสเซียกร้าว!พร้อมประเดิม วัคซีนโควิด-19 เจ้าแรกของโลก

วัคซีนโควิด-19 แม้ว่าตอนนี้จะมีสถานการณ์ที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ ตามลำดับกับการแพร่ระบาดของเจ้าเชื้อโควิด-19 ที่มีตัวเลขยอดผู้ติดเชื้อลดลงเรื่อย ๆ รวมทั้งบรรดาแพทย์ทั่วโลกต่างระดมสมองกันคิดค้นวัคซีนโควิด-19 เพื่อขจัดมหันตภัยร้ายจากเจ้าโลกนี้ให้อยู่หมัด  แต่ที่แน่นอนตอนนี้มีวัคซีนโควิด-19 เพียงแค่ 6 ตัวจากที่คิดค้นกันขึ้นมากว่า 100 ชนิด  โดยวัคซีนโควิด-19 ดังกล่าวนั้นได้รับการการันตีจากองค์กรอนามัยโลก (WHO) ให้ไฟเขียวผ่านการทดสอบเฟส 3 ซึ่งเป็นการทดสอบกับมนุษย์ในกลุ่มกว้างขึ้นเพื่อวัดว่าประสิทธิภาพมันเอาอยู่แค่ไหน  แต่เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมาก็เกิดปรากฏการณ์สายฟ้าแลบเมื่อรัสเซียออกมาเปิดเผยว่าพวกเขาพร้อมที่จะลั่นวาจาว่าเป็นชาติแรกของโลกที่ประกาศใช้วัคซีนโควิด-19 อย่างเป็นทางการทั้ง ๆ ที่เพิ่งจะผ่านการทดสอบไปเพียงแค่ 2 เดือนเท่านั้นเอง วัคซีนโควิด-19 เจ้าแรกของโลก รัสเซียกร้าว เป็นเจ้าแรกของโลก วลาดีมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีของรัสเซีย ออกมายอมรับจากรายงานของสำนักข่าวบีบีซีว่าได้ทำการทดลองฉีดวัคซีนโควิด-19 กับตัวเขาเองและครอบครัวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเจ้าวัคซีนโควิด-19 ตัวนี้มีนามว่า Sputnik-V ท่ามกลางความหวาดกลัวและค้านสายตาชาวโลกรวมไปถึง WHO เป็นอย่างมากในเรื่องของความปลอดภัยว่าจะมั่นใจได้เต็มร้อยอย่างไรเมื่อถูกนำมาใช้กับมนุษย์จริง ๆ อย่างไรก็ดีประธานาธิบดีจากแดนหมีขาวก็ไม่ได้มีอาการสะทกสะท้านหรือแคร์สื่อแต่อย่างใด  โดยรัสเซียมีแผนที่จะประเดิมการฉีดวัคซีนโควิด-19 จำนวนมากให้กับประชากรของพวกเขานับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2663 เป็นต้นไป  ซึ่งสร้างความไม่สบายอกสบายใจให้กับ WHO เป็นอย่างมากจนขนาดต้องรีบเข้าเจรจากับรัสเซียอย่างทันควัน  แม้ว่าจะมีหนูทดลองระดับโลกอย่างปูตินและครอบครัวของเขาเองที่ทดลองฉีด …

เผยปวดหัวตุ้บ ๆ เวียนหัวบ่อย ๆ บ่งบอก โรคทางสุขภาพ อะไรได้บ้าง

โรคทางสุขภาพ สำหรับอาการปวดหัว ถือว่าเป็นอีกหนึ่งอาการทางสุขภาพร่างกาย ที่มีความทรมานอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะในยุคปัจจุบัน ยุคที่ผู้คนส่วนใหญ่จ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ และหน้าจอมือถืออยู่ตลอดเวลา ปัจจัยเหล่านี้สามารถทำให้เกิดอาการปวดหัวตุ้บ ๆ หรือเมื่อเราก้มหน้า เงยหน้าขึ้นมาแล้วจะมีอาการปวดหัวตุ้บ ๆ และยังมีอาการเวียนหัวได้ง่ายอีกด้วย โดยเหล่าอาการปวดหัว เวียนหัวบ่อย ๆ ดังกล่าวนั้น สามารถบ่งชี้ถึงโรคต่าง ๆ ได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นเรามาตรวจเช็คกันหน่อยดีกว่า ว่าอาการที่กล่าวมานี้สามารถบ่งบอกถึงโรคทางสุขภาพอย่างไรได้บ้างดังต่อไปนี้ ปวดหัวตุ้บ ๆ เวียนหัวบ่อย ๆ บอก โรคทางสุขภาพ อะไรได้บ้าง โรคภาวะเครียดสะสม สำหรับผู้ที่ต้องทำงานอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์บ่อย ๆ หรือใช้เวลาเกือบทั้งวันไปกับการนั่งจ้องหน้าจอมือถือ รวมไปถึงผู้ที่ต้องก้มหน้าทำงานเป็นเวลานาน ๆ ติดต่อกันแล้วล่ะก็ จะเกิดอาการทางสุขภาพอย่าง อาการปวดหัวตุ้บ ๆ ที่ท้ายทอย หรืออาการเวียนหัวเมื่อเงยหน้า หมุนคอนั่นเอง เนื่องจากร่างกายของเราได้ใช้ทั้งสมอง และสายตาอย่างหนักในการทำสิ่งดังกล่าว ซึ่งการกระทำเหล่านี้จะส่งผลให้กล้ามเนื้อบริเวณต้นคอมีภาวะเครียดของกล้ามเนื้อขึ้นมาได้ และเมื่อเราเงยหน้า ก้มหน้า และหมุนคอนั้น จะทำให้เราเวียนหัวได้ทันที รวมไปถึงอาการปวดท้ายทอย และปวดหัวตุ้บ ๆ ร่วมด้วยนั่นเอง โรคไซนัสอักเสบ สำหรับผู้ที่มีอาการทางสุขภาพอย่าง …

โรคที่ควรป้องกัน และระวังไว้ช่วงหน้าฝน (2020)

โรคไข้หวัดตัวป่วนที่มาพร้อมฝน โรคที่ควรป้องกัน โรคที่อยู่คู่บนโลกนี้มาเป็นเวลานานก็คงจะหนีไม่พ้นโรคไข้หวัดสายพันธุ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไข้หวัดธรรมดาหรือไข้หวัดใหญ่ ซึ่งในไข้หวัดธรรมดานั้นอาจจะเป็นโรคที่ไม่ร้ายแรง แต่สามารถสร้างความวุ่นวายใจให้กับผู้ป่วยได้อย่างมากมายเลยทีเดียว โดยมีอาการเบื้องต้นคือเจ็บคอ มีไข้ ไอและคัดจมูก แต่ถ้าหากเป็นไข้หวัดใหญ่แล้วนับว่าเป็นอีกโรคหนึ่งที่ควรระวังเป็นอย่างมาก เพราะเป็นโรคที่เกิดจากการติดต่อในระบบทางเดินหายใจ รวมทั้งอาจพบอาการอ่อนเพลียรวมไปถึงปวดเมื่อยตามร่างกาย และอาจจะเกิดภาวะแทรกซ้อนได้อีกด้วย แถมยังสามารถก่อให้เกิดโรคบางอย่างในระยะยาวได้ เช่นหอบหืด วิธีป้องกันห่างไกลไข้หวัด คือ หลีกเลี่ยงไม่ให้โดนฝน ใส่เสื้อผ้ารักษาความอบอุ่นให้ร่างกายอย่างสม่ำเสมอ กินผักผลไม้ที่มีวิตามินซีเยอะๆ เพื่อเป็นเกราะป้องกันโรคได้ ไม่สัมผัสหรืออยู่ใกล้ผู้ป่วยไข้หวัดต่างๆ และหากป่วยแล้วก็ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อรักษาตามอาการต่อไป โรคมือเท้าปาก โรคร้ายที่พบในเด็ก โดยโรคมือเท้าปากนั้นเกิดจากการติดเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายเด็ก โดยอาจเกิดจากการติดต่อจากผู้ติดเชื้อหรือเกิดจากการดูแลรักษาอนามัยความสะอาดไม่ดีพอ ผู้ป่วยจะมีอาการมีตุ่มใสหรือเป็นแผลร้อนในตามร่างกาย หรือในช่องปาก ประกอบกับมีไข้หลายวัน หรือประมาณหนึ่งอาทิตย์ มีอากาศซึม ปวดศีรษะ เบื่ออาหาร รวมไปทั้งหายใจเร็ว คอแข็ง มีอาการไอร่วมด้วย หากพบว่าบุตรหลานของท่านมีอาการดังกล่าว ควรรีบพาไปพบแพทย์โดยไว เพราะหากช้าแล้วอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนกับเด็กได้ โดยอาจจะทำให้กล้ามเนื้อหัวใจและเยื่อหุ้มในสมองอักเสบได้  วิธีป้องกันนั้นในปัจจุบันยังไม่พบวัคซีนป้องกันไวรัสมือเท้าปาก แต่สามารถป้องกันได้เพียงแค่ดูแลรักษาความสะอาดให้บุตรหลานของท่าน และไม่ให้ใช้จานหรือช้อนร่วมกับคนอื่น หมั่นล้างมือให้สะอาด ไม่อยู่ใกล้หรือสัมผัสผู้ป่วย เพียงเท่านี้ก็ห่างไกลโรคมือเท้าปากแล้ว โรคท้องร่วงมาแรงช่วงหน้าฝน โดยอาจเกิดจากการที่เรารับประทานอาหารที่ไม่ปรุงสดใหม่ หรือรับประทานอาหารที่ค้างคืนไว้ จนเกิดการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย ทำให้ผู้ป่วยมีอาการท้องร่วงท้องเสียเป็นเวลาติดต่อกันยาวนาน จนทำให้ไม่มีแรงและอ่อนเพลียในที่สุด และผู้ป่วยจะมีไข้ขึ้นสูง …