อาการตากระตุก บ่อยครั้ง สัญญาณเตือนโรคร้ายแรง ที่คุณไม่ควรละเลย

หลายคนประสบกับปัญหา อาการตากระตุก ซึ่งหากเกิดขึ้นก็จะปล่อยให้หายเอง ไม่ได้ใส่ใจอะไร หรือบางคนก็อาจจะมีคำกล่าวที่ว่า ตากระตุกข้างขวาร้าย ข้างซ้ายดี แต่ก็คงไม่ใช่เสมอไป เพราะถ้าหากอาการตากระตุกบ่อยจนเกินไป อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงที่ท่านไม่คาดคิด และถ้าหากมีอาการตาตก หรือตาปิดข้างใดข้างหนึ่ง หรือมีอาการตาแข็งเกร็ง หลับตาไม่ลง นัยน์ตาแห้ง เมื่อมีอาการเหล่านี้บ่อยครั้งควรที่จะรีบปรึกษาแพทย์โดยด่วน นั่นหมายถึงอาการของโรคอัมพาตใบหน้า หรือโรคหลอดเลือดสมองที่ท่านควรระวัง อาการตากระตุก อันตรายที่บ่งบอกถึงโรคร้ายแรงที่กำลังเข้าใกล้ตัวท่าน เมื่อมีอาการที่เราได้กล่าวไปข้างต้น ควรที่จะพึงระวังและสังเกตอาการตัวเองให้ดี หากมีอาการเตือนด้วยอาการตากระตุกบ่อยครั้ง ควรที่จะรีบไปพบแพทย์ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นานๆ แต่ อาการตากระตุก มักจะมาพร้อมกับอาการอื่นๆอีกมากมาย จะมีอาการใดบ้างนั้นไปดูกันเลยที่เว็บ สุขภาพดี มีอาการแสบตา ระคายเคืองตา บางครั้งมักจะกระพริบตาบ่อยครั้งจนเกินไป มีอาการหลับตาไม่ลง ลืมตาไม่ขึ้น นัยตาแข็ง เปลือกตาแห้ง  เริ่มมีอาการหลับตาไม่สนิท หรือมีอาการตาเปิดไม่ได้ชั่วระยะหนึ่ง อาการเริ่มแรกมีอาการเป็นเป็นหายหาย บางครั้งเป็นไม่ถึงนาที เป็นแค่เสี้ยววินาทีก็กลับมาเป็นปกติ สังเกตตนเองเมื่อมีความเครียดมักจะเกิดอาการตากระตุก  วิธีการรักษาอาการตากระตุก ด้วยแพทย์ เมื่อมีอาการตากระตุกแพทย์จะทำการรักษาด้วยการให้ยากลับไปรับประทานที่บ้าน หรือถ้าหากมีอาการที่ร้ายแรง เช่น หลับตาไม่ลง ลืมตาไม่ขึ้น หลับตาไม่สนิท แพทย์จะแนะนำให้ทำกายภาพบำบัดนัดสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อทำการรักษาอย่างต่อเนื่อง …

แผลร้อนใน ด้วยตนเองรักษาได้ง่ายๆ ใช้เวลาไม่นานหายเป็นปลิดทิ้ง

หลายคนคงเคยประสบปัญหากับ แผลร้อนใน ที่ปาก ซึ่งเมื่อเกิดแผลบริเวณช่องปากแล้วจะทำให้รู้สึกถึงความทรมาน ไม่ว่าจะรับประทานอาหารได้ยาก พูดอ่ะอ้าปากได้ไม่มาก มีอาการปวดแสบปวดร้อนบริเวณช่องปาก ทำให้การดำรงชีวิตประจำวันเป็นไปได้ยาก บางท่านรับประทานอาหารไม่ได้เลยทำให้น้ำหนักลด ส่งผลให้เกิดความเครียด ทำให้สุขภาพร่างกายไม่ดีตามไปด้วย วันนี้เรามีวิธีรักษาแผลร้อนในด้วยตนเอง โดยที่ท่านไม่ต้องใช้วิธีที่ซับซ้อนในการรักษา รับรองว่าทำตามที่เราได้แนะนำไปแล้วอาการแผลร้อนในที่ปากของท่านจะหายอย่างแน่นอน เคล็ดลับรักษา แผลร้อนใน ที่ปาก รับประทานอาหารได้เป็นปกติทันที แผลร้อนใน ที่ปากเป็นปัญหาที่หลายคนต่างก็เคยพบเจอ บางท่านเมื่อเกิดอาการเหล่านี้ไม่ได้ทำการรักษาปล่อยให้หายเองตามปกติ แต่รู้หรือไม่ว่าแพ้ร้อนในที่ปาก มีวิธีการรักษาให้หายเร็วด้วยวิธีง่ายๆดังต่อไปนี้ที่เว็บ สุขภาพดี นำน้ำเกลือมาใช้แทนน้ำยาบ้วนปาก ทำทุก 2 ชั่วโมง และหลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้ว ไม่ควรใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ จะทำให้แผลร้อนในเกิดอาการกำเริบและมีอาการปวดตึง เปลี่ยนแปลงสีฟันมาใช้แปรงที่มีขนนุ่ม เพื่อลดการเสียดสีบริเวณที่เกิดแผล เมื่อแผลร้อนในของท่านมีขนาดใหญ่ จนไม่สามารถที่จะอ้าปากได้ หลีกเลี่ยงการใช้แปรงสีฟันให้ใช้ผ้าพันนิ้วมือเช็ดตามเหงือกและฟันแทน ไม่ควรรับประทานอาหารที่มีรสจัด เช่น รสเผ็ดจัด รสเค็มจัด รสเปรี้ยวจัด เพราะอาจจะไปทำให้เกิดการแสบและการระคายเคืองบริเวณแผล งดการสูบบุหรี่ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หรือการเคี้ยวหมากพลูที่จะส่งผลให้เกิดการระคายเคืองที่ช่องปากที่เกิดแผล ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ เพราะแผลร้อนในอาจมีสาเหตุมาจากที่ท่านมักดื่มน้ำน้อยก็เป็นไปได้ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะนี่เป็นสาเหตุหลักของการเกิดแผลร้อนใน  หาแผลร้อนในของท่านใช้เวลานาน ทำตามวิธีที่เราได้แนะนำไปแล้วไม่ดีขึ้น แนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษา หรือรับประทานยา สำหรับอาการแผลร้อนในที่เกิดขึ้นกับทุกคน สามารถนำวิธีการรักษาแผลร้อนในด้วยตนเองไปใช้ได้ง่ายๆ …

กลิ่นกายผู้สูงอายุ ให้มีกลิ่นกายดี เพื่อสุขภาพของผู้สูงอายุและคนรอบข้าง 

วันนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับ กลิ่นกายผู้สูงอายุ ซึ่งแน่นอนว่าหากใครที่อยู่ใกล้ชิดผู้สูงอายุมีท่านให้ดูแลอยู่ตลอดเวลา ท่านมักจะคุ้นเคยกับกลิ่นกายของผู้สูงอายุอย่างมาก เพราะผู้สูงอายุจะมีกลิ่นเฉพาะตัว บางคนก็มีความเคยชินกับ กลิ่นกายผู้สูงอายุ แต่บางคนก็ไม่ชอบซึ่งกลิ่นนี้เกิดจากอะไร มีสาเหตุมาจากไหน และมีวิธีดูแลอย่างไรเพื่อกำจัดปัญหาเหล่านี้ให้หมดไป สำหรับคนที่ดูแลผู้สูงอายุหากท่านสนใจเราจะพาท่านไปรู้จักวิธีแก้ปัญหากับสิ่งเหล่านี้ให้ได้ง่ายๆ จะมีวิธีอย่างไรนั้นไปดูกันเลย รู้จัก กลิ่นกายผู้สูงอายุ และวิธีการดูแลรักษาให้ผู้สูงอายุมีกลิ่นกายที่ดี  กลิ่นกายผู้สูงอายุที่เกิดขึ้น ไม่ใช่กลิ่นที่มีความเหม็นที่เกิดจากสิ่งสกปรก แต่เป็นกลิ่นที่มีความเฉพาะเกิดจากไขมันและต่อมไร้ท่อ เมื่อต่อมไร้ท่อมีการผลิตเหงื่อและไขมันออกมา ก็จะเกิดการทำปฏิกิริยากับแบคทีเรียที่อยู่บนร่างกายภายนอก ทำให้เกิด กลิ่นกาย เฉพาะของผู้สูงอายุ ซึ่งผู้สูงอายุแต่ละคนก็จะมีกลิ่นกายที่ไม่เหมือนกัน จะมีวิธีการดูแลรักษากลิ่นกายเหล่านี้ให้หมดไปอย่างไรไปดูกันเลยที่เว็บ สุขภาพดี การกำจัดเหงื่อบนร่างกาย วิธีการกำจัดเหงื่อบนร่างกายผู้สูงอายุ ด้วยการทำความสะอาดเช็ดถูให้เหงื่อไคลออกไปจากร่างกาย ไม่ว่าจะด้วยวิธีการชำระร่างกายเป็นประจํา หรือวิธีอื่นๆที่จะช่วยทำให้เหงื่อน้อยลงได้ จะทำให้กลิ่นกายหายหมดไป และมีสุขภาพกลิ่นที่ดีน่าสัมผัส ออกกำลังกายแบบผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุที่มันออกกำลังกายจะช่วยทำให้กลิ่นกายดีขึ้น ถึงแม้ว่าจะเป็นการกระตุ้นให้เหงื่อออกมามาก แต่รูขุมขนจะเปิดกว้าง ทำให้ของเสียที่อยู่ภายในร่างกายสามารถออกมาได้หมด แถมยังเป็นวิธีที่ช่วยกำจัดสิ่งสกปรกโดยเฉพาะแบคทีเรียออกจากร่างกายได้ดีด้วย อาบน้ำอุ่น การอาบน้ำร้อนจะทำให้รูขุมขนเปิดกว้าง และสิ่งสกปรกที่อยู่ภายในร่างกายจะหลุดออกมา เพราะฉะนั้นจึงแนะนำให้ผู้สูงอายุมันอาบน้ำร้อนหรือน้ำที่มีอุณหภูมิอุ่นเพื่อสุขภาพที่ดีของตนเอง งดการสูบบุหรี่ สิ่งที่ผู้สูงอายุไม่ควรทำก็คือการสูบบุหรี่ เพราะจะไปทำให้เพิ่มอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นบนร่างกายของเรา ทำให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานไม่เป็นปกติ เกิดการสะสมของอนุมูลอิสระ เป็นต้นเหตุของการเกิดกลิ่นกายที่ไม่ดี สำหรับวิธีกำจัดกลิ่นกายผู้สูงอายุที่เรานำมาแนะนำให้ท่านได้รู้ เป็นวิธีที่จะช่วยดูแลผู้สูงอายุได้เป็นอย่างดีและสามารถใช้ได้ผลจริง ท่านสามารถทำได้ด้วยตนเองที่บ้าน จะเป็นวิธีหนึ่งในการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น Related Posts

กัญชา กับประโยชน์ที่ควรรู้ก่อนนำไปใช้ พร้อมกับโทษที่ใช้ไม่ถูกวิธี

ปัจจุบันพืช กัญชา ถูกปลดล็อคจากบัญชียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5  ไปเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่ต่างก็ให้ความสนใจกับพืชสมุนไพรกัญชากันเป็นอย่างมาก หลังจากที่มีการปลดล็อคไปแล้วก็ได้มีการนำเอากัญชามาใช้ด้วยวิธีต่างๆเป็นจำนวนมาก สำหรับผู้ที่ใช้โดยไม่ถูกวิธี หรือใช้กัญชาเกินขนาดก็จะได้รับโทษ และผลข้างเคียงต่อสุขภาพ ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับ กัญชา ซึ่งเป็นพืชสมุนไพรไทย จะเป็นอย่างไรนั้นไปดูกันเลย  พืชสมุนไพร กัญชา ใช้ถูกวิธีมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ใช้ผิดวิธีให้โทษต่อร่างกาย  ใน พืชสมุนไพร จะมีสารสกัดด้วยกัน 2 ชนิด นั่นก็คือ THC กับ CBD ซึ่งถ้าหากเป็นกัญชาจะมีสาร THC จำนวนมาก สำหรับผู้ที่นำกัญชาไปใช้ประโยชน์โดยที่ไม่ได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้มีความชำนาญ อาจทำให้เกิดโทษต่อร่างกายได้ ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักประโยชน์ และอันตรายของกัญชาจะเป็นอย่างไรนั้นไปดูกันเลยที่บทความ สุขภาพดี  บรรเทาอาการปวดตามร่างกายในส่วนต่างๆ ใช้ในการรักษาโรคมะเร็งบางชนิด  แก้อาการเบื่ออาหาร ทำให้อยากอาหารเพิ่มมากขึ้น เจริญอาหาร ช่วยลดอาการหดเกร็ง และใช้รักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคประสาท  ช่วยแก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ  ช่วยให้นอนหลับสบาย นอนหลับง่าย  ช่วยรักษาอาการลมชัก  อันตรายที่เกิดจากการใช้กัญชาโดยไม่รู้ อย่างที่รู้กันอยู่แล้วว่ากัญชาหากใช้ในปริมาณที่ถูกต้องก็จะให้ประโยชน์ต่อร่างกาย แต่เมื่อใช้โดยที่ไม่มีความรู้หรือไม่ได้ปรึกษาผู้รู้ก็จะทำให้เกิดโทษต่อร่างกายได้ ซึ่งอันตรายจากการใช้กัญชาจะเป็นอย่างไรเราจะพาทุกท่านไปติดตามรับชมดังต่อไปนี้ ใช้ในปริมาณมากๆจะทำให้เกิดอาการประสาทหลอน หากใช้เพื่อเสพ หรือใช้เพื่อสันทนาการ จะทำให้เกิดการเสพติด เป็นผลให้เกิดอันตรายต่างๆตามมาต่อสุขภาพภายหลัง …

อาหารต่อต้านมะเร็ง มีให้เลือกทานกันมากมาย แล้วแต่ใครชอบทานอะไร

โรคมะเร็ง โรคร้ายที่เป็นกันมากในปัจจุบัน ส่วนใหญ่เกิดจากการกินอาหารที่ไม่ดี กินอาหารที่ไม่มีประโยชน์ เพราะรสนิยมการกินในปัจจุบัน นิยมทานอาหารฟ้าดฟู้ด อาทอด อาหารมัน อาหารปิ้งย่าง อย่างเช่น ไก่ทอด หมูปิ้ง หมูกระทะ โดยเฉพาะหมูกระทะเนี่ยทั้งไขมัน ทั้งปิ้งย่างกระทะไหม้ๆ ทั้งน้ำจิ้มรสจัด แถมยังกินในปริมาณมากๆ อีก นี่ล่ะแหล่งสะสมสารก่อมะเร็งชั้นดีเลย ใครที่รู้ตัวกำลังเสี่ยงอยู่ก็รีบเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารมาทานอาหารดี อาหารต่อต้านมะเร็ง กันดีกว่านะคะ ซึ่งก็มีให้เลือกทานกันมากมาย แล้วแต่ใครชอบทานอะไร ก็เอามาดัดแปลงเป็นเมนูที่ตัวเองชอบได้             ทานอาหารดี อาหารต่อต้านมะเร็ง มีอะไรบ้าง                                 ทานอาหารดี อาหารต่อต้านมะเร็ง อย่างแรกเลยอาหารประเภทผักที่มีสีเขียวเข้ม อย่าง ผักคะน้า ผักบร็อคโคลี เพราะในผักที่มีสีเขียวเข้มนี้มีสารยับยั้งการเกิดมะเร็ง และผักที่มีสีสันสันสวนงามอย่างแครอท มะละกอสุก เพราะในอาหารพวกนี้มีเบต้า-แคโรทีนสูง เพราะมีเบต้า-แคโรทีนช่วยเรื่องไม่ให้เซลล์ปกติเปลี่ยนไปเป็นเซลล์มะเร็งได้ สุขภาพดี ที่สำคัญเลยต้องหลีกเลี่ยงอาหารประเภทหมักดอง อาหารไขมันสูงด้วย อีกอย่างคืออาหารประเภทธัญพืช พวกถั่วต่างๆ เพราะมี สารต้านอนุมูลอิสระ ทำให้เกิดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งลำไส้ ได้เป็นอย่างดี และก็พวกเครื่องเทศที่มีรสชาติเผ็ดร้อน ยังช่วยเรื่องการกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้เกิดความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งน้อยลงอีกด้วย                                 นอกจากทานอาหารดีอาหารต่อต้านมะเร็งแล้วการดื่มน้ำสะอาดยังที่พอต่อร่างกายของแต่ละคนยังเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะน้ำเป็นตัวช่วยกระตุ้นการทำงานของอวัยวะภายในร่างกายทุกอย่าง …

แคลเซียมในผัก นั้นดีกว่าการกินนม หลายเท่า ผักบางชนิดก็มีแคลเซียมสูง

เรามีความรู้ที่สืบทอดกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ ปลูกฝังกันมาตั้งแต่เราเด็กๆ ว่าในน้ำนมมีแคลเซียมสูง เด็กๆ ต้องกินนมเยอะๆ จะได้แข็งแรง กระดูกและฟันแข็งแรง ที่สำคัญทำให้ตัวสูงด้วย พ่อแม่จึงพยายามหานมที่ดีที่สุดมาให้ลูกกิน และเด็กๆ ทุกคนก็จะชอบกินนมเพราะอยากตัวสูงๆ แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าแหล่งแคลเซียมที่ดีที่สุดไม่ได้อยู่ในน้ำนม แต่อยู่ในผักใบเขียวที่เด็กๆ ไม่ชอบกิน แคลเซียมในผัก นั้นดีกว่าการกินนม หลายเท่า ผักบางชนิดก็มีแคลเซียมสูงกว่าในน้ำนมซะอีก แถมการกินผักยังได้รับสารอาหารชนิดอื่นรวมถึงไฟเบอร์อีกด้วย                    แคลเซียมในผัก ดีกว่าการกินนม จริงหรือไม่                                 ทำไมถึงบอกว่า แคลเซียมในผัก ดีกว่าการกินนม ก็เพราะว่าการกินนมไม่ได้กินแล้วดีสำหรับทุกคน บางคนก็กินแล้วแพ้ จะแพ้นมวัว แพ้นมถั่วเหลือง หรือแพ้นมชนิดไหน สุขภาพดี ก็อยู่ที่ร่างกายของแต่ละคนซึ่งไม่เหมือนกัน บางคนกินนมแล้วท้องอืด บางคนกินนมแล้วท้องเสีย บางคนกินนมแล้วท้องผูก หรือบางคนก็ไม่สบายท้อง ปวดท้องเพราะนมทำปฏิกิริยากับน้ำย่อยในกระเพาะเกิดเป็นกรดเป็นแก๊สขึ้นมาก็มี เพราะคนไทยส่วนใหญ่น้ำย่อยในกระเพาะไม่เหมาะสำหรับการย่อยนม หรือย่อยค่อนข้างยาก ย่อยได้ไม่หมด แคลเซียม ถึงไม่สามารถถูกดูดซึมไปใช้ได้ดีพอ ต่างกับการกินผัก ที่กระเพาะสามารถย่อยได้ดีกว่า อีกทั้งในผักยังมีไฟเบอร์ช่วยเรื่องการขับถ่ายของเสียหลังจากการย่อยอาหารอีกด้วย                                 แคลเซียมในผักดีกว่าการกินนม  เพราะในผักมีแคลเซียมอยู่ทุกชนิด โดยเฉพาะผักใบเขียว อย่างเช่น คะน้า ผักกะเฉด ซึ่งผักเหล่านี้ยังมีรสชาติกรอบอร่อย …

พนักงานออฟฟิศ ทำไมถึงมีสุขภาพร่างกายแย่ วันนี้เรามีคำตอบมาให้

ก็เป็นที่รู้ๆ กันดีว่าพนักงานออฟฟิศเป็นมนุษย์ที่ดูเหมือนจะอึด อดทน เพราะทุกคนต่างก็ทุ่มเททั้งใจ ทุ่มเททั้งกาย ทุ่มเททั้งเวลาให้กับงานของตัวเอง เพราะต้องแข็งขันกันสูง ใครเก่งคนนั้นก็ได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง เลื่อนเงินเดือน หรือได้โบนัส ได้คอมมิสชั่นมากกว่าคนอื่น นี่จึงเป็นเหตุผลให้คนทำงานออฟฟิศส่วนใหญ่สุขภาพร่างกายแย่ เพราะขาดการดูแลตัวเอง และก็ทำลายสุขภาพตัวเองทุกวัน ด้วยการทานอาหารไม่ดี ทานอาหารไม่ตรงเวลา นอนน้อย นั่งหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ หรือแม้กระทั่งการสะสมความเครียดไว้มาก จึงอยากจะแนะนำการดูแลสุขภาพของ พนักงานออฟฟิศ ให้มีสุขภาพดี พร้อมลุยงานหนักในทุกๆ วัน             การดูแลสุขภาพของ พนักงานออฟฟิศ ให้มีสุขภาพดี ทำได้อย่างไร                                 การดูแลสุขภาพของ พนักงานออฟฟิศ ให้มี สุขภาพดี อันดับแรกเลยคือ การพักผ่อน ต้องผ่อนให้เพียงพอ และการพักผ่อนที่ดี ก็คือการนอนหลับสนิทนั่นเอง หนุ่มๆ สาวๆ ชาวออฟฟิศควรแบ่งเวลาทำงานกับเวลานอนให้ได้ ต้องนอนให้ได้เต็มที่ เมื่อเราพักผ่อนเพียงพอแล้ว ร่างกายก็จะไม่เหนื่อยล้าพร้อมทำงานได้อย่างมีคุณภาพในทุกๆ วัน หากมี การพักผ่อนไม่เพียงพอ นั่นก็อาจจะกระทบกับงานที่ทำ งานอาจจะผิดพลาด หรือสมองตื้อตันคิดงาน คิดโปรเจ็กไม่ออกก็ได้   เมื่อพักผ่อนเพียงพอแล้วอาหารก็มีส่วนสำคัญโดยเฉพาะอาหารเช้า พนักงานออฟฟิศหลายคนที่รีบร้อนทำงานจนลืมทานอาหารเช้า …

อาการตัวบวม มี 7 “กลุ่มอาหาร” ลดบวมได้โดยไม่ต้องพบแพทย์           

อาการตัวบวม มักมีหลายสาเหตุ มีทั้งสาเหตุชั่วคราวและสาเหตุถาวร สำหรับสาเหตุชั่วคราวนั้น ได้แก่ การนั่งนาน ยืนนาน เดินนาน การรับประทานอาหารที่มีรสชาติเค็มมาก หรือการมีประจำเดือน ส่วนสาเหตุถาวร มักพบในผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคหัวใจ โรคตับ เป็นต้น วิธีการสังเกต อาการตัวบวม สามารถสังเกตได้โดยการใช้นิ้วมือกดแรงๆ บริเวณหน้าแข้ง ให้นิ้วมือไปชนบริเวณกระดูกหน้าแข้ง ถ้ามีรอยบุ๋มบริเวณดังกล่าว และต้องรอเป็นระยะเวลาค่อนข้างนานกว่าเนื้อบริเวณนั้นจะกลับมาเป็นปกติ นั่นเป็นการบ่งบอกว่า มีอาการบวมน้ำอย่างชัดเจน สำหรับ “กลุ่มอาหาร” ที่ช่วยลด อาการตัวบวม กลุ่มอาหารแรกที่ช่วยลดอาการตัวบวมนั่นคือ มะเขือเทศ  เนื่องจากว่ามะเขือเทศมีสารไลโคปีน ซึ่งมีส่วนช่วยในเรื่องของอาการบวมน้ำลดลง และในมะเขือเทศยังมี โพแทสเซียมสูง ซึ่งมีส่วนช่วยในการให้จำนวนเกลือในร่างกายลดลง กลุ่มอาหารที่สอง นั่นคือ แตงโม เนื่องจากว่าแตงโมเป็นผลไม้ที่มีส่วนประกอบของน้ำค่อนข้างมาก จึงมีส่วนช่วยในการลดอาการตัวบวมได้ สุขภาพดี กลุ่มอาหารที่สาม นั่นคือ ฝรั่ง เนื่องจากว่าผลไม้ชนิดนี้มีวิตามินซีสูง มีน้ำตาลในผลไม้ที่ไม่ได้มากจนเกินไป กากใยสูง กลุ่มอาหารที่สี่ นั่นคือ หน่อไม้ฝรั่ง มีสรรพคุณในการขับปัสสาวะ เมื่อใดที่มีอาการตัวบวม ซึ่งเกิดจากน้ำคั่งในร่างกาย เมื่อรับประทานหน่อไม้ฝรั่ง …

กลิ่นจุดซ่อนเร้น ระงับได้ด้วยการรับประทานอาหารช่วยลดกลิ่นได้

ผู้หญิงหลายคนประสบกับปัญหาจุดซ่อนเร้นมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ แต่ไม่กล้าที่จะบอกหรือพูดให้ใครฟังเพราะมันเป็นเรื่องน่าอาย การที่ผู้หญิงจุดซ่อนเร้นมีกลิ่นไม่พึงประสงค์นั้นทำให้ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง ซึ่งหลายคนต่างก็หาวิธีแก้ไขปัญหา กลิ่นจุดซ่อนเร้น ด้วยตนเอง แต่ก็ไม่ได้ผลสักที วันนี้เราจึงจะพาทุกท่านไปรู้จักกับอาหารช่วยลดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์บริเวณจุดซ่อนเร้น จะมีอาหารประเภทใดบ้างนั้นไปดูกันได้เลยค่ะบทความสุขภาพดังต่อไปนี้ อาหารช่วยลด กลิ่นจุดซ่อนเร้น อันไม่พึงประสงค์ของผู้หญิง ที่คุณควรรู้จัก  ผู้หญิงที่มี กลิ่นจุดซ่อนเร้น ส่วนใหญ่แล้วมักจะมีสาเหตุมาจาก การทำความสะอาดบริเวณจุดซ่อนเร้นที่ดีเกินไป บ่อยเกินไป ส่งผลให้ แบคทีเรีย ดีหลุดลอกออกมา และแบคทีเรียไม่ดีเข้าไปทดแทน หรืออาจเกิดจากตกขาว เหงื่อ ที่ผู้หญิงทำความสะอาดได้ไม่ดีหรือไม่ทำความสะอาดเลย รวมไปถึงอายุที่มากขึ้น ก็เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ได้ ซึ่งการแก้ไขปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีการรับประทานอาหาร ที่เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกันดังต่อไปนี้ที่เว็บ สุขภาพดี มันฝรั่ง มันฝรั่งเป็นอาหารที่รับประทานเข้าไปแล้วจะมีประโยชน์ต่อแบคทีเรียดีที่อยู่ภายในลำไส้ ส่งผลให้มีประโยชน์ต่อแบคทีเรียดีที่อยู่ภายในจุดซ่อนเร้น ผักดองญี่ปุ่น เมนูผักดองของญี่ปุ่นเป็นเมนูที่หลายคนชื่นชอบ เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะมีประโยชน์ต่อร่างกายเพราะในผักดองญี่ปุ่นมีสารแลคติกแอซิด แบคทีเรีย มีเส้นใยอาหารที่มาทำให้ลำไส้ทำงานได้ดีขึ้น แถมยังไปช่วยในเรื่องของระบบการขับถ่ายได้ดีอีกด้วย ผักผลไม้ที่มีเส้นใยอาหาร ผักผลไม้ที่มีเส้นใยอาหารจะไปทำให้ระบบขับถ่ายของเราดีขึ้น ลดอาการท้องผูก หากรับประทานแล้วจะทำให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ หมดปัญหาในเรื่องของกลิ่นจุดซ่อนเร้นกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ มิโซะ เป็นอาหารที่เพิ่มจำนวนของแบคทีเรียดีภายในลำไส้ของคนเรา พร้อมทั้งยังเป็นตัวช่วยในการดูดซับไขมันที่อยู่ภายในลำไส้นำแบคทีเรียไม่ดีออก  และนี่จึงเป็นอาหารที่จะช่วยแก้ไขปัญหาในเรื่องของผู้หญิงให้แก่ทุกท่าน ปัญหาที่เกิดจากกลิ่นจุดซ่อนเร้นไม่พึงประสงค์ ด้วยวิธีการรับประทานอาหารง่ายๆที่ท่านสามารถเลือกทานได้ด้วยตนเอง ไม่เพียงเท่านั้นหากจะให้วิธีการเหล่านี้ได้ผลควรมีการหลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่ควรรับประทานเพื่อป้องกันไม่ให้จุดซ่อนเร้นของท่านเกิดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ขึ้นไม่ว่าจะเป็น กระเทียม ไอศครีม เป็นต้น   Related …

หลังกินข้าวเสร็จ กับการปฏิบัติตัวแบบผิดๆ ด้วยพฤติกรรมที่ไม่ควรทำ

คนส่วนใหญ่ปล่อยปละละเลยในเรื่องพฤติกรรมหลังการกินข้าวเสร็จใหม่ๆ ซึ่งสิ่งที่ไม่ควรทำหลังจากที่กินข้าวเสร็จนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะหากเราทำเป็นประจำอาจจะส่งผลต่อสุขภาพที่ไม่ดีได้ ด้วยท่าทาง พฤติกรรม กิจกรรมต่างๆที่เราได้ทำ อาจส่งผลให้เกิดสิ่งไม่ดีตามมากับร่างกายของเรา วันนี้เราจึงจะพาทุกท่านไปดูการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หลังกินข้าวเสร็จ พร้อมกับข้อห้ามที่ไม่ควรทำจะมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย ข้อห้าม หลังกินข้าวเสร็จ ที่เราไม่ควรทำ หลังกินข้าวเสร็จ หลายคนมักจะไปทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งบางกิจกรรมหลังกินข้าวเสร็จก็สามารถทำได้ แต่บางทีจะก็ก็ไม่สามารถที่จะทำได้ เพราะจะส่งผลให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ หรือเกิดผลเสียต่อสุขภาพตามมาภายหลังได้ จะมีข้อห้ามใดบ้างนั้นไปดูกันได้เลยดังต่อไปนี้ที่เว็บ สุขภาพดี หลังกินข้าวเสร็จใหม่ๆไม่ควรแปรงฟัน             หลังจากที่เรา รับประทานอาหาร เสร็จใหม่ๆ โดยเฉพาะอาหารที่มีรสเปรี้ยว ไม่ว่าจะเป็นยำ ส้มตำ หรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของมะนาว ไม่ควรที่จะแปรงฟันทันทีหลังจากรับประทานเสร็จ เพราะรสเปรี้ยวจะมีความเป็นกรดสูง หากเราไปแปรงฟันทันทีจะทำให้สารเคลือบฟันเกิดการสูญเสีย ควรปล่อยไว้สัก 15-20 นาที ค่อยไปทำการแปรงฟัน อาจจะใช้การบ้วนปากก่อนก็ได้ รับประทานอาหารเสร็จไม่ควรนอนราบ ข้อห้ามหลังจากรับประทานอาหารเสร็จคือไม่ควรที่จะนอนราบ หรือนอนลงไปในท่าทางต่างๆเพราะจะทำให้การย่อยอาหารช้าลง ส่งผลให้เกิดกรดไหลย้อนเกิดขึ้น ควรปฏิบัติด้วยการนั่งสักพักประมาณ 30 นาที ให้สามารถเอนหลังลงไปนอนได้ ไม่ควรออกกำลังกายทันทีหลังรับประทานอาหารเสร็จ หลังรับประทานอาหารเสร็จไม่ควรที่จะไปออกกำลังกายทันทีทันใด เพราะจะทำให้เกิดอาการจุกเสียดแน่นท้องได้ เนื่องจากอาหารที่เรารับประทานลงไปยังไม่ได้รับการย่อย อาจจะใช้วิธีการเดินช้าๆ หรือขยับกล้ามเนื้อไปมาเบาๆ เพื่อช่วยเผาผลาญอาหารที่รับประทานเข้าไปให้เร็วขึ้น ไม่ควรอาบน้ำทันทีหลังรับประทานอาหารเสร็จใหม่ๆ หลังกินข้าวเสร็จ …