ต้นดีปลี สุดยอดยาอายุวัฒนะที่ไม่ได้มีดีแค่ชื่อแต่คุณประโยชน์มากมาย

ต้นดีปลี ( Long papper ) หรือประดงข้อ มีลักษณะเป็นไม้เถามีรากฝอยๆงอกออกมาบริเวณข้อของลำต้นเพื่อใช้ยึดเกาะเลื้อยไปตามต้นไม้ต่างๆอย่างแข็งแรง  ต้นดีปลี เป็นพืชที่โตได้ดีในพื้นที่ที่มีความชุ่มชื้นแสงแดดส่องถึง  โดยมากมักนิยมเก็บเอาผลแก่จัดที่เริ่มมีสีน้ำตาล  เถา  และรากของต้นดีปลีมาตากแดดให้แห้งเก็บไว้ใช้ทำยา   ซึ่งต้นดีปลีเป็นพืชสมุนไพรที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ  มักพบได้ในทางภาคเหนือและภาคใต้ของประเทศไทย ชาวบ้านนิยมนำมาแทนเครื่องเทศ มีรสเผ็ดร้อน สรรพคุณมากมาย ต้นดีปลี สุดยอดยาอายุวัฒนะ !! -เป็นยาอายุวัฒนะ  ช่วยบำรุงกำลัง  บำรุงร่างกาย  บำรุงธาตุ  ช่วยเสริมสมรรถภาพทางเพศ  ช่วยปลุกกำหนัด  ช่วยให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า  ลดความเหนื่อยล้า  -ดอกและเถา  นำมาต้มน้ำดื่มใช้เป็นยาช่วยเจริญอาหาร -เถา  ช่วยแก้อาการอัมพฤกษ์  แก้พิษงู  แก้อาการปัสสาวะเป็นเลือด -ผลแก่  ใช้ต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้หลอดลมอักเสบ  ขับพยาธิ  ใช้ขับระดูในสตรี  ใช้ขับรกออกมาง่ายหลังการคลอดและรักษาอาการตกเลือด  หรือใช้แก้อาการปวดท้อง  โดยใช้ผลแก่ของต้นดีปลี  1  กำมือ  มาต้มใช้ดื่มหลังอาหารวันละ 3 เวลา -ดอก  ใช้เป็นยาแก้อาการคลื่นไส้  อาเจียน  แก้อาการท้องเสีย  ท้องร่วง  แก้อัมพาต -ผล  ใช้แก้อาการอาหารไม่ย่อย  ช่วยขับลม …

ว่านชักมดลูก แล้วถือว่าเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์มากมายสำหรับผู้หญิงทุกคน

ถ้าจะพูดถึง ว่านชักมดลูก แล้วถือว่าเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์มากมายสำหรับผู้หญิงทุกคนเลยก็ว่าได้ โดยจะสามารถช่วยทำให้อาการปวดประจำเดือนนั่นดีขึ้น แถมยังช่วยรักษาอาการวัยทองที่มีอารมณ์แปรปรวนให้ดีขึ้นได้ ดังนั้นสาว ๆ ทั้งหลายควรหันมาดูแลตัวเองด้วยการทานสมุนไพร ว่านชักมดลูก กันเถอะค่ะ ติดตามต่อในบทความสุขภาพดี                1.ว่านชักมดลูกสามารถช่วยรักษาอาการประจำเดือนมาไม่ปกติ โดยในเหง้าของว่านชักมดลูกจะมีสรรพคุณทางยาที่จะช่วยทำให้ประจำเดือนมาปกติ แถมยังช่วยทำให้อาการปวดท้องในระหว่างเป็นประจำเดือนนั้นดีขึ้น                2.ว่านชักมดลูกสามารถลดไขมันในเลือดได้ เนื่องจากในว่านชักมดลูกมีสารที่ชื่อว่า เอทิลอะซิเตท ที่จะช่วยลดปริมาณไขมันในเส้นเลือดให้กลับมาอยู่ในระดับปกติได้ พร้อมกับยังช่วยขับคอเรสเตอรอลและกรดต่าง ๆ ให้ออกมาพร้อมกับอุจจาระได้อีกด้วย                3.ว่านชักมดลูกสามารถช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น เนื่องจากในว่านชักมดลูกจะมีสารสกัดที่จะช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์เยื่อบุมดลูกให้เกิดการแบ่งตัว และมีความหนามากยิ่งขึ้นจึงทำให้มดลูกของผู้หญิงหลังคลอดบุตรเกิดการเข้าอู่ได้เร็วขึ้น พร้อมกับยังช่วยทำให้มดลูกมีความแข็งแรงมากขึ้นอีกด้วย หันมาดูแลตัวเองด้วยการทานสมุนไพร ว่านชักมดลูก กันเถอะค่ะ                4.ว่านชักมดลูกสามารถช่วยแก้อารมณ์แปรปรวนต่าง ๆ ให้ดีขึ้นได้ สำหรับสาว ๆ ที่เริ่มเข้าสู่วัยทองแล้วมีอาการหงุดหงิด อารมณ์ฉุนเฉียวง่าย และมีอารมณ์อ่อนไหวง่าย ถ้ารับประทานว่านชักมดลูกเป็นประจำก็จะทำให้อารมณ์ที่เคยหงุดหงิดและฉุนเฉียวนั้นดีขึ้นได้                5.ว่านชักมดลูกสามารถลดนิ่วในถุงน้ำดีได้ เนื่องจากว่านชักมดลูกมีสรรพคุณในการกระตุ้นให้มีการหลั่งน้ำดีในปริมาณที่มากขึ้น ที่จะทำให้สามารถช่วยลดการเกิดนิ่วในถุงน้ำดีได้อีกด้วย                เรียกได้ว่าการรับประทานว่านชักมดลูกเป็นประจำจะช่วยทำให้ร่างกายของสาว ๆ นั่นดีขึ้นได้ แถมยังช่วยปรับอารมณ์ของผู้หญิงในอยู่ในระดับปกติ จึงทำให้ในปัจจุบันจึงมีการจำหน่ายว่านชักมดลูกในรูปแบบเม็ดหรือแคปซูลจึงทำให้เราสามารถรับประทานได้ง่ายโดยที่เราไม่ต้องนั่งฝนยาทานเองอีกด้วยค่ะ

บำรุงตับอ่อน และช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับร่างกายได้ดีเยี่ยม

ถ้าจะพูดถึงตับอ่อนแล้ว มันคืออวัยวะส่วนหนึ่งที่จะช่วยย่อยอาหารและทำหน้าที่สร้างสารที่ชื่อว่าอินซูลินเพื่อมาควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด โดยถ้าหากตับอ่อนเกิดการทำงานผิดปกติก็อาจจะส่งผลทำให้เราเป็นโรคเบาหวานและโรคแทรกซ้อนชนิดอื่น ๆ ตามขึ้นมาได้ ดังนั้นเพื่อสุขภาพที่ดีและการมีร่างกายที่แข็งแรงได้ดีเยี่ยมเราควรหันมาทานอาหารเพื่อสุขภาพที่ช่วย บำรุงตับอ่อน กันดีกว่าค่ะในบทความสุขภาพดี                1.องุ่นแดง เนื่องจากองุ่นแดงจะอุดมไปด้วยฟลาโวนอยด์ที่จะเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่จะมีประสิทธิภาพในการช่วยลดการอักเสบของตับอ่อนได้ และที่สำคัญการรับประทานองุ่นเป็นประจำก็จะสามารถช่วยทำลายเซลล์มะเร็งต่าง ๆ และ บำรุงตับอ่อน ช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับร่างกายได้                2.ผักโขม จะอุดมไปด้วยธาตุเหล็กและวิตามินบีที่จะช่วยบำรุงตับอ่อนให้มีความแข็งแรงได้ดีเยี่ยม แถมในผักโขมยังมีสารที่มีชื่อว่า monogalactosyldiacylglycerol ที่จะช่วยลดการเกิดโรคมะเร็งตับอ่อนได้ จัดว่าเป็นผักที่มีคุณค่าทางอาหารที่สูง ควรรับประทานเป็นประจำ                3.กระเทียม ถือว่าเป็นพืชสมุนไพรที่คนไทยส่วนใหญ่นิยมนำมาปรุงอาหารเพื่อให้มีรสชาติที่อร่อยยิ่งขึ้น ซึ่งในกระเทียมจะมีสารต้านอนุมูลอิสระที่จะช่วยบำรุงตับอ่อนและยังช่วยกระตุ้นให้ตับอ่อนสามารถผลิตสารอินซูลินได้อย่างเต็มที่ โดยเราจะต้องทานกระเทียมอย่างน้อยวันล่ะ 2-3 กลีบ ก็จะช่วยลดโอกาสการเกิดโรคตับอ่อนบำรุงตับอ่อนและลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งได้อีกด้วย                4.ขมิ้น สำหรับขมิ้นนั้นนอกจากจะเอามาไว้สำหรับการขัดผิวและบำรุงผิวพรรณได้แล้ว ขมิ้นยังสามารถบำรุงตับอ่อนกระตุ้นให้ตับอ่อนสามารถผลิตสารอินซูลินที่จะช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้กลับมาเป็นปกติได้  จึงทำให้ขมิ้นถือว่าเป็นพืชสมุนไพรที่สามารถช่วยป้องกันโรคตับและโรคเบาหวานได้อีกด้วย                การดูแลสุขภาพร่างกายไม่ให้ป่วยเป็นโรคตับอ่อนได้นั้นเราควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงอาหารขยะหรืออาหารที่มีปริมาณไขมันที่สูง งดของทอดและอาหารที่มีรสจัด พร้อมกับออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอเพื่อเป็นการเพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกายของเราได้ดีเยี่ยมก็จะเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยป้องกันการเป็นโรคตับอ่อนและโรคอื่น ๆ ได้อีกด้วย

โรคเบาหวาน ถือเป็นโรคหนึ่งที่พบผู้ป่วยเป็นอย่างมาก โดยตามข้อมูลทางสถิติจากสมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ

ในปัจจุบัน โรคเบาหวาน ถือเป็นโรคภัยไข้เจ็บหนึ่งที่พบผู้ป่วยเป็นอย่างมาก โดยตามข้อมูลทางสถิติจากสมาพันธ์เบาหวาน นานาชาติ ที่ทำการสำรวจในปี พ.ศ. 2560 พบว่ามีผู้ป่วยเป็น โรคเบาหวาน มากถึงประมาณ 425 ล้านคน ทั่วโลก โดย 98 ล้านคน อายุ 65 ปีขึ้นไป นอกจากนั้นอีกประมาณ 327 ล้านคน จะเป็นผู้ป่วยเบาหวานในช่วงอายุ 20 ถึง 64 ปี ติดตามต่อได้ในบทความสุขภาพดี สำหรับในประเทศไทยเอง เริ่มพบผู้ป่วยเบาหวานได้ตั้งแต่อายุประมาณ 15 ปีขึ้นไป แต่จะป่วยเป็นโรคนี้มากที่สุดก็ตอนอายุประมาณ 60 ถึง 69 ปี โดยจะพบในผู้ป่วยฝ่ายหญิงว่ากับฝ่ายชาย และแน่นอนว่าสำหรับผู้ป่วยเบาหวานการควบคุมดูแลการรับประทานอาหารของผู้ป่วยเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก ด้วยเหตุนี้เอง เราจึงขอนำเอาข้อแนะนำในการดูแลอาหารของผู้ป่วยเบาหวานดังต่อไปนี้ 1.รับประทานอาหารประเภทแป้ง ความเข้าใจผิดหนึ่ง สำหรับคนที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานหรือผู้กำลังที่จะดูแลคนป่วยเบาหวานอยู่ นั่นก็คือการคิดว่าผู้ป่วยโรคนี้จะต้องงดอาหารประเภทแป้งซึ่งทำให้เกิดน้ำตาลในร่างกายโดยเด็ดขาด แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่เลย เพราะหากงดอาหารประเภทแป้งหมด ร่างกายก็อาจจะเกิดอาการขาดน้ำตาลได้สิ่งที่ควรจะทำนั่นก็คือการรับประทานอาหารประเภทแป้ง ข้าว ต่างๆ โดยกำหนดสัดส่วนให้เหมาะสมไม่มากจนเกินไป โดยสำหรับผู้ที่มีร่างกายอ้วนสามารถรับประทานข้าวได้มื้อละประมาณ 2 ทัพพี …

ไวรัส RSV ปกป้องลูกน้อยของคุณจากโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ

เมื่อเร็วๆ นี้เรามักได้ยินข่าวที่สร้างความหวั่นใจให้กับบรรดาคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกเล็กๆ กันอีกแล้วหลังจากที่เรื่อง COVID-19 คลี่คลายไปในระดับที่น่าพอใจนั่นคือการเกิดการแพร่ระบาดของ ไวรัส RSV ซึ่งไม่ใช่แค่ไวรัสไข้หวัดใหญ่ธรรมดาแต่ว่าส่งผลระบบทางเดินหายใจในระดับที่รุนแรงกว่านั้น ดังนั้นเรามาทำความรู้จักกับเจ้าไวรัส RSV กันเพื่อปกป้องลูกน้อยจากอาการเจ็บป่วยของโรคนี้กันเถอะ ติดตามต่อในบทความสุขภาพดี ไวรัส RSV (Respiratory Syncytial Virus) เป็นเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดอาการป่วยจากหวัดจนลุกลามเข้าไปติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจโดยเฉพาะเด็กเล็กๆ ที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกันโรคมากพอ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบุไว้ว่าไวรัสชนิดนี้พบมากและเจริญเติบโตได้ดีในช่วงที่มีอากาศชื้นโดยเฉพาะในหน้าฝน สามารถติดต่อกันได้ง่ายเพียงแค่การสัมผัสกันอย่างใกล้ชิด หรือสัมผัสสารคัดหลั่งจากตาหรือจมูก หมายความว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ที่เป็นหวัดมาก่อนมีโอกาสเสี่ยงที่จะได้รับการแพร่เชื้อไวรัสชนิดนี้ได้มากขึ้น ซึ่งไวรัส RSVมีระยะฟักตัวราว 2 – 6 วัน สำหรับอาการของโรคจะแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มหลักๆ คือ ทางเดินหายใจส่วนต้นอักเสบ ทำให้มีอาการคล้ายเป็นไข้หวัด มีไข้ ไอ น้ำมูกไหลหรือคออักเสบ ทางเดินหายใจส่วนล่าง หรือหูชั้นกลางหรือหลอดลมฝอยอักเสบ ซึ่งมักจะพบในเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 1 ปี กลุ่มอาการเสียชีวิตเฉียบพลันในทารก ซึ่งจะไม่ทราบสาเหตุการเสียชีวิตได้แค่สงสัยว่าเป็นไวรัส RSVร่วมด้วย           ซึ่งถ้าหากเป็นเพียงแค่หวัดธรรมดา อาการข้างต้นจะหายได้เองภายใน 5 – 7 วัน แต่สำหรับอาการที่เกิดจากไวรัสชนิดนี้จะทำให้เกิดการหอบเหนื่อย จนบางคนกลายเป็นปอดบวม …

หน้าหนาว ที่ผู้สูงอายุต้องระวังโรคเหล่านี้ที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงได้ออกมาแนะนำ

เมื่อเข้าสู่เดือนพฤศจิกายน ลมหนาวก็เริ่มโชยเข้ามาทุกที เปรียบเสมือนว่าช่วงนี้ คือ ช่วงปลายฝนต้นหนาว ซึ่งเป็นสภาพอากาศที่เสี่ยงต่อการเกิดอาการป่วยได้ง่าย ยิ่งเฉพาะในผู้สูงอายุที่เป็นกลุ่มเสี่ยงลำดับต้น ๆ ในการเกิดโรคภัยไข้เจ็บในช่วง หน้าหนาว แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงได้ออกมาแนะนำ และเน้นย้ำให้ผู้สูงอายุดูแลตัวเองให้มากขึ้นกว่าเดิม เพราะสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในช่วง หน้าหนาว และอุณหภูมิที่ลดลงเรื่อย ๆ ติดตามต่อในบทความสุขภาพดี             ผู้สูงอายุ คือ กลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดการเจ็บป่วยในช่วงฤดูหนาวมากที่สุด เพราะ ผู้สูงอายุมีร่างกายที่อ่อนแอกว่าวัยอื่น ๆ โดยโรคที่ผู้สูงอายุเป็นอยู่จะกำเริบ หรือเกิดการเจ็บป่วยในช่วงหน้าหนาวส่วนมากจะเป็นโรคทางระบบทางเดินหายใจ คำแนะนำของแพทย์ คือเน้นย้ำให้ผู้สูงอายุดูแลตัวเองให้มีสภาพพร่างกายที่อบอุ่นอยู่เสมอ หลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในที่ที่มีผู้คนแออัด และให้นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ             โรคที่มาในช่วงฤดูหนาว ผู้สูงอายุ ต้องพึ่งระวัง                     เมื่อเข้าสู่หน้าหนาวสภาพอากาศจะมีการเปลี่ยนแปลง ด้วยอุณหภูมิที่ลดลง และมีอากาศที่ค่อนข้างแห้ง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงได้ออกมาแนะนำให้ผู้สูงอายุพึ่งระวังโรคเหล่านี้ ที่มาพร้อมกับหน้าหนาว ระวังโรคประจำตัวที่ตนเป็นอยู่กำเริบ เช่น โรคความดันสูง โรคหลอดลือดสมอง และโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ระวังโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคไข้หวัดใหญ่ หรือไข้หวัดธรรมดาทั่วไป (ผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ได้ฟรีตามสถานพยาบาลที่รัฐกำหนด) ระวังปัญหาที่เกิดกับผิวหนัง เพราะ …

โรคซึมเศร้า ในเด็กไม่ใช่เรื่องไกลตัว ภัยร้ายใกล้ตัวลูกหลาน

เรามักจะเห็นข่าวสารต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะข่าวสารบ้านเมือง, ข่าวกีฬา, ข่าวทั่วไป รวมไปถึงข่าวที่มีเด็กฆ่าตัวตายจากความเครียดหรืออาการของ โรคซึมเศร้า ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าหดหู่และเศร้าใจเป็นอย่างมาก การฆ่าตัวตายจากความเครียด ความกดดัน ความวิตกกังวล หรือ โรคซึมเศร้า เป็นปัญหาใหญ่มากระดับหนึ่งก็ว่าได้ ไม่เพียงแค่ในประเทศไทยเพียงเท่านั้น ติดตามต่อในบทความสุขภาพดี แต่ยังมีอีกหลายประเทศที่ยังมีข่าวดังกล่าวออกมาอย่างต่อเนื่อง เช่น ประเทศญี่ปุ่น, ประเทศเกาหลี, ประเทศจีน เป็นต้น โดยสาเหตุสำคัญมักจะมาจากความเครียดจากการเรียนหนังสือ ด้วยแรงกดดันที่มากมายจากคนรอบข้างหรือสิ่งที่ควรจะเป็นกำลังใจหรือพลังสำคัญให้กับพวกเขา นั่นคือ ครอบครัว ที่อาจจะมีความต้องการหรือความคาดหวังที่มากเกินไปจนทำให้เด็กๆมีความเครียดเกิดขึ้น เมื่อความเครียด ความวิตกกังวล มีเสียงที่สะท้อนในหัวตลอดเวลาหรือความคิดที่ย้ำๆอยู่เสมอ อาจจะส่งผลให้เกิดสภาวะของโรคซึมเศร้าก็ได้ ซึ่งโรคซึมเศร้านั้นเป็นสิ่งที่น่ากลัวและคนหลายคนมักจะเข้าใจผิดอยู่เกี่ยวกับโรคนี้                โรคซึมเศร้าเป็นอาการที่จากความผิดปกติของการหลั่งสารเคมีในสมอง ทำให้เกิดอาการเครียด วิตกกังวล อาจนำไปสู่การคิดที่จะฆ่าตัวตายได้ หลายๆคนมักจะคิดว่าโรคซึมเศร้าเป็นอาการที่เราเพียงแค่รู้สึกเศร้าด้วยตนเอง แต่จริงๆเพราะสารเคมีในสมองมีความผิดปกติทำให้เราเกิดเหล่านั้นขึ้นมา ร่วมด้วยกับคนรอบข้างที่คิดว่าเราสามารถหายได้ด้วยตนเอง โรคซึมเศร้า นั้นเป็นสิ่งที่น่ากลัวและคนหลายคนมักจะเข้าใจผิดอยู่เกี่ยวกับโรคนี้ แต่ความเป็นจริงนั้นสามารถหายด้วยตนเองได้ แต่ค่อนข้างยากมากๆ ทำให้หลายคนๆจะต้องไปรักษาและปรึกษาจิตแพทย์ ซึ่งใครหลายคนที่เป็นโรคซึมเศร้าไม่กล้าที่จะไปพบจิตแพทย์ เพราะสังคมที่มักจะติดภาพว่าการไปพบจิตแพทย์คือ เป็นบ้าหรือโรคจิต แต่ไม่จริงเลย เพราะจิตแพทย์ คือแพทย์ที่สามารถช่วยรักษาอาการต่างๆที่เกี่ยวกับสภาพจิตใจต่างๆ                สิ่งที่จะช่วยเยียวยาให้พวกเขาไม่เครียด ไม่วิตกกังวล ไม่เป็นโรคซึมเศร้าซึ่งนำไปสู่การฆ่าตัวตายได้นั้น ก็คือ …

สุขภาพดีในหน้าฝน ช่วงนี้อากาศแปรปรวนบ่อย บางพื้นที่มีฝนตกชุกตลอดทั้งวัน

ช่วงนี้อากาศแปรปรวนบ่อย บางพื้นที่มีฝนตกชุกตลอดทั้งวัน ขณะที่บางพื้นที่แดดจัดจนไม่รู้ว่าเราอยู่ในฤดูกาลไหนกันแน่ เอาเป็นว่า ไม่ต้องสนใจหรอกว่าฤดูร้อนหรือฤดูฝน แค่เตรียมตัวให้พร้อม เพื่อการมี สุขภาพดีในหน้าฝน ก็พอแล้ว เพราะช่วงที่ฝนตกต่อเนื่อง จะมีปัจจัยหลายอย่างที่กระตุ้นให้เกิดอาการเจ็บป่วยได้ง่ายกว่าฤดูกาลอื่นๆ เช่น ความอับชื้น อุณหภูมิที่ปรับขึ้นลงตลอดเวลา การเติบโตอย่างรวดเร็วของเชื้อโรค เป็นต้น ติดตามต่อในบทความสุขภาพดี อาบน้ำทันทีที่กลับถึงบ้าน             ไม่เกี่ยวว่าระหว่างทางจะเปียกปอนมาหรือไม่ แต่ถ้าอยากมี สุขภาพดีในหน้าฝน จะต้องผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าพร้อมอาบน้ำหลังจากถึงบ้านทันที เนื่องด้วยละอองฝนที่โดนตัวเรา อาจมีเชื้อโรคปะปนอยู่ จำเป็นต้องชำระล้างออกไปให้หมดก่อนจะทำกิจกรรมอย่างอื่นภายในบ้าน อีกอย่างคือ ความชื้นเล็กๆ น้อยๆ ที่สะสมอยู่ตามเสื้อผ้านั้น ทำให้เราป่วยได้ง่ายกว่าสภาพเปียกโชกเสียอีก ทำความสะอาดบ้านให้บ่อยขึ้น                ด้วยความชื้นที่เพิ่มสูงขึ้นในบรรยากาศ มันจะกระตุ้นให้เชื้อโรคบางชนิดเติบโตได้เร็ว เพื่อสุขภาพดีในหน้าฝนต่อให้ไม่ได้ออกไปไหนมาไหนเท่าไร ก็ต้องระวังภัยร้ายที่ก่อตัวขึ้นในบ้านของเราด้วย ตรงไหนที่เสี่ยงจะมีเชื้อราก็ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อจัดการให้หมด ตรงไหนที่มีน้ำขังก็ต้องระวังอย่าให้ยุงมาไข่ทิ้งไว้ อาจใส่ทรายเบสหรือเกลือลงไปก็ได้ ไม่งั้นก็เททิ้งหรือหาฝามาปิดให้มิดชิด สุดท้ายคือกวาดถูบ้านอย่างสม่ำเสมอ จะได้เป็นการระวังสัตว์มีพิษไปด้วยในตัว ซักเสื้อผ้าที่เปียกชื้นทันที             เข้าใจว่าหลังจากเดินทางฝ่าสายฝนกลับมาบ้าน ก็คงเหนื่อยล้าเต็มทีแล้ว แต่การปล่อยทิ้งเสื้อผ้าเอาไว้ มันจะทำให้กลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและโรคภัยไข้เจ็บได้ง่าย การซักเสื้อผ้าแล้วผึ่งให้แห้งทันที จำเป็นมากต่อการมีสุขภาพดีในหน้าฝนเพราะถ้าเสื้อผ้าเป็นเชื้อราแล้ว ต่อให้ซักทำความสะอาด ก็ไม่ได้การันตีว่าเสื้อผ้าชิ้นนั้นจะกลับมาสะอาดหมดจดเหมือนเดิมได้

น้ำอัดลม คือตัวการทำลายกระดูกซึ่งปัจจุบันผู้คนมักพบเจอกับปัญหาของกระดูกพรุนมากขึ้น

เพื่อนๆชาวบทความสุขภาพดีรู้หรือไม่ว่าการที่เราดื่ม น้ำอัดลม เป็นประจำ มันจะส่งผลให้กระดูกของเรานั้นค่อย ๆ ถูกทำลายไปในที่สุด ซึ่งปัจจุบันผู้คนมักพบเจอกับปัญหาของกระดูกพรุนมากขึ้น โดยสาเหตุส่วนใหญ่ล้วนเป็นคนที่ชอบดื่มน้ำอัดลมเป็นประจำ มากว่าโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดจากทางพันธุกรรมเสียอีก แล้วหากใครที่ชอบดื่มน้ำชนิดนี้ก็ควรหลีกเลี่ยง หรือลดการดื่มให้น้อยลง หากสะสมในร่างกายเราเป็นเวลานาน รับรองว่ากระดูกของเราต้องถูกทำลายอย่างแน่นอน และเสี่ยงที่จะเกิดโรคเกี่ยวกับกระดูกอีกด้วย                เพราะ น้ำอัดลม ประกอบด้วย กรดชนิดต่าง ๆ อย่าง กรดคาร์บอนิก กรดฟอสฟอริก และสารกันบูด โดยสารพวกนี้เมื่อรับเข้าสู่ร่างกายในปริมานมากเกินไป มันจะค่อย ๆ ซึมเข้ากระดูกของเราจนทำให้กระดูกของเรานั้นอ่อนแอลง อันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับกระดูกขึ้นมา อย่าง โรคกระดูกพรุน โรคไขข้ออักเสบ โรคกระดูกเสื่อมก่อนวัยอันควร และโรคกระดูกหัก ซึ่งโรคเหล่านี้ล้วนเกิดจากที่เรากินน้ำอัดลมแทบทั้งสิ้น                โดยสถิติในการตรวจรักษาพบว่า ในเด็กเล็ก ๆ เองก็เริ่มจะเป็นโรคกระดูกกันมากขึ้น อีกทั้งการเจริญเติบโตในส่วนของความสูงก็ถูกจำกัดลดลงไปด้วย เพราะโครงสร้างของระบบกระดูกทำงานไม่เต็มที่ เนื่องจากว่าชื่นชอบในการดื่มน้ำอัดลมเป็นอย่างมาก แล้วพวกสารที่มีอยู่ในน้ำอัดลมมันคือตัวการทำลายกระดูกของเรา และไม่ว่าจะวัยในเมื่อดื่มเยอะมากจนเกินไป ก็จะเกิดผลเสียที่ไม่ดีต่อร่างกายของเรา รวมไปถึงกระดูกภายในร่างกายของเราด้วย                  แล้วผลสำรวจได้พบว่าชาวเอเชียส่วนใหญ่ มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคเกี่ยวกับกระดูกสูงมาก เพราะด้วยโครงสร้างอีกทั้งยีนส์ที่มีความแตกต่างกัน จึงทำให้เป็นโรคพวกนี้ง่ายกว่าทวีปอื่น ๆ และเมื่อรู้แบบนี้แล้วเราก็ควรหันมาใส่ใจกับสุขภาพของเราและเลือกทานอาหารที่บำรุงกระดูก แล้วควรที่จะงดทานพวกน้ำอัดลมที่เป็นตัวการทำลายกระดูกของเรา …

คอนแทคเลนส์ ใช้อย่างไรให้ปลอดภัยจากเชื้อโรคไปชมกันเลย

บทความสุขภาพดีวันนี้รู้ดีว่ายุคนี้หมดยุคการใส่แว่นกันแล้วล่ะสำหรับสาว ๆ หนุ่ม ๆ ที่รู้สึกว่าการใส่แว่นทำให้ตัวเองขาดความมั่นใจ ทางเลือกของสาว ๆ หนุ่ม ๆ สมัยนี้ก็คือการใส่ คอนแทคเลนส์ นั่นเองเพราะมีค่าใช่จ่ายที่ถูกกว่าการไปทำเลสิคหรืออื่น ๆ เพื่อการรักษาสายตาอย่างถาวร แถมการใส่คอนแทคเลนส์นอกเหนือจกเป็นการใส่เพื่อให้มองภาพชัดเจนแล้วยังสามารถใส่เพื่อเป็นแฟชั่นสี คอนแทคเลนส์ ที่ตแตกต่างออกไป เช่น สีน้ำตาล เทา ฟ้า เขียว ก็มีให้เลือกสรรมากมาย ซึ่งการใส่คอนแทคเลนส์นั้นหากไม่ดูแลความสะอาดให้ดีก็สามารถก่อให้เกิดอันตรายได้ ดังนั้นเรามีวิธีในการดูแลและใช้คอนแทคเลนส์มาฝากคอนแทคเลนส์ใช้อย่างไรปลอดภัยจากเชื้อโรค 1. อย่าใช้ร่วมกับผู้อื่น –คอนแทคเลนส์ใช้อย่างไรปลอดภัยจากเชื้อโรค ข้อแรกอย่าใช้เลนส์ร่วมกับคนื่นเด็ดขาด คอนเทคเลนส์เป็นของส่วนบุคคลที่ไม่สามารถให้ใครยืมได้ การใส่เลนส์ของคนอื่นคือการน้ำเชื้อโรคเข้ามาสู่ตัวนั่นเอง แม่คิดว่าตัวเองจะทำความสะอาดอย่างดีแล้วก็ตามก็ไม่ควรนำเลนส์ของคนอื่นมาใส่โดยเด็ดขาด 2. อย่าใช้เลยเวลาที่กำหนด –คอนแทคเลนส์ใช้อย่างไรปลอดภัยจากเชื้อโรค ด้วยความที่เลนส์มีความบางจึงมีเวลาในการใส่ เช่นแบบวันเดียวทิ้ง แบบรายเดือน แบบรายสามเดือน เราไม่ควรใส่เลยกำหนดเวลาเพราะนั่นคือเวลาที่ทางร้านได้กะไว้แล้วว่าเหมาะสมที่สุดหากเลยเวลามีโอกาสที่เลนส์จะขาดได้ ทำให้เกิดอันตรายในการใส่ได้ 3. ล้างเลนส์ให้สะอาดทุกครั้ง –คอนแทคเลนส์ใช้อย่างไรปลอดภัยจากเชื้อโรค ความสะอาดเป็นสิ่งสำคัญมาก คนที่ใส่คอนแทคเลนส์ควรพกน้ำยาล้างเลนส์เอาไว้ด้วย เผื่อเวลาที่รู้สึกระคายตาและอยากถอดออกมาเก็บ ก่อนใส่ทุกครั้งต้องนำมาล้างทำความสะอาดก่อนเพื่อความปลอดภัยของดวงตาของเราเอง 4. ล้างมือก่อนการใส่เลนส์ทุกครั้ง –คอนแทคเลนส์ใช้อย่างไรปลอดภัยจากเชื้อโรค นอกจากล้างเลนส์แล้วอย่าลืมล้างมือก่อนด้วย ทางที่ดีล้างด้วยสบู่ไปเลยป้องกันเชื้อโรคต่าง ๆ ระหว่างขั้นตอนการใส่เลนส์เพราะเราต้องจับเลนส์แล้วนำมาแปะที่ตาดังนั้นมือต้องสะอาด …