โรคหลอดลมอักเสบ

โรคหลอดลมอักเสบ สามมารถแยกออกได้เป็น 2 ชนิด คือ  ชนิดอักเสบเฉียบพลันและชนิดอักเสบเรื้อรัง  ซึ่งทั้ง 2 ชนิดมีความแตกต่างกันดังนี้

โรคหลอดลมอักเสบชนิดเฉียบพลัน  มักมาจากการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจกระจายไปสู่หลอดลม  มีอาการไอ  มีเสมหะ  มีไข้  รู้สึกอ่อนเพลีย  มีอาการบวมอักเสบที่เยื่อบุทางเดินหายใจทำให้เกิดอาการระคายเคืองอาจพบเชื้อแบคทีเรียปะปนด้วย  ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการสูบหรี่  มลพิษต่างๆหรือพบได้ในผู้ป่วยโรคหืด  เป็นต้น

โรคหลอดลมอักเสบชนิดเรื้อรัง  ไม่พบว่ามีการติดเชื้อขึ้นในระบบทางเดินหายใจ  เพียงแต่ร่างกายอาจจะได้รับสารที่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง  ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายมีการสร้างระบบคุ้มกันออกมามากในรูปแบบของเสมหะหรือเสลดข้นๆ 

โรคหลอดลมอักเสบ

ซึ่งเสมหะหรือเสลดนี้จะไปทำการปิดกั้นทางเดินหายใจทำให้หายใจลำบาก เหนื่อยหอบและอาจทำให้เกิดมีอาการของโรคหลอดลมอักเสบร่วมด้วย   สาเหตุก็อาจเป็นผลมาจากการสูบบุหรี่  มลพิษ  ฝุ่นละออง  ฯลฯ  สำหรับแนวทางการรักษาโรคหลอดลมอักเสบ

ด้วยวิธีธรรมชาติผู้ป่วยก็สามารถทำได้เองไม่ยากค่ะต้นชิงชี่หรือต้นแส้ม้าทลาย มีลักษาณะเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก เติบโตได้ดีในพื้นที่ที่มีสภาพดินแห้ง  ทุ่งหญ้า  หินปูน  ป่าละเมาะ เป็นต้น  มีการพบว่าส่วนรากของต้นชิงชี่มีส่วนประกอบของสารที่มีฤทธิ์ต้านการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ

คือ B-streptococcus group A  เป็นชนิดที่ทำให้มีอาการเจ็บคอ  ต่อมทอนซิลอักเสบ  ภาวะไตอักเสบเฉียบพลัน  เป็นต้น  และPseudomonas aeruginosa เป็นชนิดที่ทำให้เกิดโรคปอดอักเสบปอดบวมโรคหลอดลมอักเสบช่องหูอักเสบ  เป็นต้น

โรคหลอดลมอักเสบ

รักษา โรคหลอดลมอักเสบ โดยการนำรากสดต้นชิงชี่มาล้างทำความสะอาดให้เรียบร้อย 

จากนั้นนำมาต้มในน้ำสะอาดปริมาณพอเหมาะ  ต้มทิ้งไว้ประมาณ  10-15 นาที ( ไฟปานกลาง )  จากนั้นนำมากรองเอาเฉพาะน้ำนำมาดื่มเช้า-เย็นโดยควรดื่มในขณะยังอุ่น  ติดต่อกันประมาณ 15 วัน  อาการของโรคปอดอักเสบจะค่อยๆดีขึ้นและให้ดื่มติดต่อกันไปจนกว่าอาการจะหายขาด 

            นอกจากนี้ต้นชิงชี่ก็ยังมีสรรพคุณช่วยในการรักษาอาการเจ็บคอ(ผล)   คออักเสบ (ผล)   แก้ไข้ (ต้น)   โรคอีสุกอีใส(รากและใบ)   โรคหอบหืด(รากและใบ)   ใช้เป็นยาหยอดตาและรักษาดวงตา(ราก) 

โรคหลอดลมอักเสบ

และในบางพื้นที่นำส่วนใบมาหั่นเป็นฝอยๆนำไปตากแดดให้แห้ง  แล้วนำมามวนใช้สูบเหมือนบุหรี่รักษาอาการโรคหลอดลมอักเสบเป็นต้น อย่างไรก็ตามการดูแลรักษาสุขภาพให้ห่างไกลจากโรคที่ต้นเหตุย่อมเป็นการดีกว่าการรักษาที่ปลายเหตุ 

  การป้องกันสุขภาพร่างกายให้ห่างไกลจากโรคหลอดลมอักเสบสามารถทำได้โดย  การเลิกสูบบุหรี่  หลีกเลี่ยงการเผชิญกับมลภาวะต่างๆ   ใช้ผ้าปิดจมูกเมื่อต้องอยู่ในพื้นที่เสี่ยง   เลี่ยงการอยู่ในที่แออัด  เช่น  ห้างสรรพสินค้า  โรงหนัง  เป็นต้น