มะหวด

มะหวด หรือหวดข่า  จัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก  ผลสุกจะมีสีม่วงดำรสชาติหวานปนฝาดสามารถทานได้  ใครที่เติบโตในต่างจังหวัดน่าจะรู้จักและคุ้นเคยกับ มะหวด เป็นอย่างดี  ปัจจุบันนับว่าเป็นผลไม้ป่าที่หาทานได้ค่อนข้างยากแล้ว  เนื่องจากได้มีการแผ้วถางป่าเพื่อทำเป็นพื้นที่การเกษตรมากขึ้น  ทำให้ต้นมะหวดถูกทำลายไปด้วย  นอกจากการนำผลสุกมาทานเป็นของว่างแล้วมะหวดมีประโยชน์ในการทำยาสมุนไพรใช้รักษาโรคอีกด้วย

ประโยชน์ของมะหวดในการทำเป็นยารักษาโรค 

-นำผลมะหวดมาทานเพื่อใช้บำรุงกำลัง  แก้อาการเมื่อยล้าอันเนื่องมาจากการทำงานหนัก 

-ผลสุกมะหวดมีรสชาติปนฝาดนิดๆ สามารถทานเพื่อแก้อาการท้องร่วงได้

-รากมะหวดมีฤทธิ์ช่วยต้านและลดอาการอักเสบได้  นิยมนำรากมะหวดมาต้มดื่มแทนชาช่วยแก้พิษฝี  อาการผื่นคันผิวหนังอักเสบ  แก้พิษร้อน  แก้ไข้  แก้วัณโรค  ยาฆ่าพยาธิ  แก้กระษัยเส้น  เส้นยึด  ฯลฯ

มะหวด

-เมล็ดมะหวดนำมาต้มดื่มแทนชาเป็นประจำ  ช่วยบำรุงเส้นเอ็น  บรรเทาอาการเส้นยึด  บรรเทาอาการปวดเมื่อย  ลดอาการปวดเกร็งกล้ามเนื้อ  ฯลฯ

-เปลือกมะหวดช่วยสมานแผลได้  โดยการนำเปลือกมะหวดมาตำให้ละเอียดแล้วนำไปพอกบริเวณที่เป็นแผลจะช่วยให้แผลแห้งเร็ว

นอกจากประโยชน์ในด้านยาแล้วมะหวดยังมีประโยชน์อื่นๆด้วย  เช่น  เนื้อไม้ต้นมะหวดสามารถนำไปทำประโยชน์ในงานก่อสร้างได้  ทำเป็นโต๊ะ  ตู้  เตียง  ใช้เป็นฟืนเชื้อเพลิงในการประกอบอาหาร  ใบอ่อนนิยมนำมาทานเป็นเครื่องเคียง 

ผลสุก มะหวด นำมาทานเป็นของว่างทานเล่นได้  เป็นต้น

            พืชสมุนไพรพื้นบ้านยังมีอีกมากมายหลายชนิดที่สามารถนำมาทำประโยชน์ในด้านต่างๆได้  ซึ่งการเจ็บไข้ได้ป่วยในบางครั้งก็อาจจะไม่จำเป็นที่จะต้องไปโรงพยาบาลเพื่อจ่ายค่ารักษาพยาบาลแพงๆ ถ้าหากมีคุณความรู้ความเข้าใจในสรรพคุณและวิธีการใช้สมุนไพรเพื่อรักษาโรคที่ดีพอ 

มะหวด

อีกทั้งพืชสมุนไพรยังสามารถสร้างรายได้ให้คุณและครอบครัวได้อย่างไม่น่าเชื่ออีกด้วย  เช่น  ขิง  ข่า  ตะไคร้  ใบมะกรูด  ชะอม  ย่านาง  มะนาว  กระเทียม  ใบโหระพา  กระเพา  ฯลฯ  สามารถปลูกและนำไปขายเพื่อสร้างรายได้ให้คุณได้   พืชผักใกล้ตัวต่างๆที่เราเห็นจนชินตาคุ้นเคยจนมองข้ามไปโดยไม่รู้ว่าพืชเหล่านี้นี่เองที่นอกจากนำมาประกอบในเมนูอาหารทานอร่อยแล้วยังมีประโยชน์ในด้านการนำมาทำเป็นยาสมุนไพรรักษาโรคต่างๆได้อีก 

แถมช่วยถนอมร่างกายของคุณได้โดยเมื่อทานยาสมุนไพรแล้วจะไม่ทิ้งภาระให้ตับไตของคุณต้องทำงานหนักในการขับสิ่งที่ตกค้างอยู่ภายในร่างกายเหมือนการทานยาแผนปัจจุบันอีกด้วยเรียกได้ว่าปลอดภัยและประหยัดจริงๆ  ท่านใดที่สนใจก็สามารถหามาปลูกไว้ประจำบ้านเลยก็ได้   เมื่อรู้สึกมีอาการไม่สบายขึ้นมาเมื่อไหร่ไม่ต้องรออะไรให้เสียเวลาสามารถนำพืชสมุนไพรที่ปลูกไว้มาทานรักษาอาการได้ในทันที  “ ใช้ทานเป็นผักก็ได้หรือจะใช้ทำเป็นยาก็มี ” แบบนี้น่าจะดีกว่ามั้ยใช่ล่ะคะ? ติดตามเรื่องราวของสุขภาพมากมายได้ที่เว็บ สุขภาพดี